ตัวเลขสเปกที่ต่างกันบนกระดาษ กับสิ่งที่ระบบดึงออกมาได้จริง
Gen 4 อ่านได้เร็วกว่า Gen 3 เกือบสองเท่าในสเปกทางการ แต่ความเร็วนั้นจะปรากฏในชีวิตจริงได้ต้องผ่านเงื่อนไขหลายชั้น
แบนด์วิดท์ Gen 3 vs Gen 4 ต่างกันยังไงในทางเทคนิค
PCIe Gen 3 x4 ให้แบนด์วิดท์สูงสุดประมาณ 3,500 MB/s สำหรับ sequential read ในทางทฤษฎี Gen 4 x4 ดันตัวเลขนั้นขึ้นไปถึง 7,000–7,400 MB/s — ห่างกันเกือบสองเท่าบนกระดาษ ฟังดูน่าตื่นเต้น
แต่ตัวเลข sequential read สูงสุดนั้นเกิดขึ้นในเงื่อนไขที่ควบคุมได้ในห้องทดสอบ คือการอ่านไฟล์ก้อนเดียวขนาดใหญ่ต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ระบบทำส่วนใหญ่ในชีวิตจริง สิ่งที่ระบบทำตลอดเวลาคือ random read/write ขนาดเล็กหลายร้อยครั้งพร้อมกัน ซึ่งวัดด้วย IOPS ไม่ใช่ MB/s
ความต่างของ IOPS ระหว่าง Gen 3 และ Gen 4 รุ่นดีๆ มีอยู่ แต่ห่างกันน้อยกว่าตัวเลข sequential มาก นั่นคือเหตุผลที่ประสบการณ์ใช้งานจริงในหลายกรณีไม่ได้ต่างกันอย่างที่ตัวเลขบนกล่องชี้
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเปรียบเทียบ:
- Sequential read/write — วัดความเร็วอ่านเขียนไฟล์ก้อนใหญ่ต่อเนื่อง (Gen 4 ชนะชัดเจน)
- Random read/write IOPS — วัดการเข้าถึงข้อมูลหลายตำแหน่งพร้อมกัน (ต่างกันน้อยกว่า)
- Latency — ความหน่วงในการตอบสนอง (Gen 3 กับ Gen 4 ใกล้เคียงกันมาก)
ตัวเลขบนกล่องรายงานเฉพาะ sequential สูงสุด ไม่ได้บอก IOPS หรือ latency จริง การดูแค่ตัวเลขเดียวแล้วตัดสินใจซื้อคือจุดที่คนจัดสเปกพลาดบ่อยที่สุด
เมนบอร์ดและซีพียูคือตัวกำหนดว่า Gen 4 จะทำงานได้จริงไหม
ปัญหาที่เจอบ่อยคือใส่ SSD Gen 4 ลงไปแล้วระบบรันที่ความเร็ว Gen 3 โดยไม่รู้ตัว สาเหตุหลักมาจากสล็อต M.2 ที่ใช้
เมนบอร์ดหลายรุ่นมีสล็อต M.2 มากกว่าหนึ่งช่อง แต่ช่องที่สองหรือสามมักวิ่งผ่าน chipset ไม่ใช่ CPU direct lane ถ้า chipset ของบอร์ดนั้นรองรับแค่ Gen 3 SSD Gen 4 ที่ใส่ไปจะถูก downclock ลงมาเองโดยอัตโนมัติ ความเร็วที่ได้คือ Gen 3 เต็มๆ ทั้งที่จ่ายเงินซื้อ Gen 4
ซีพียูก็เป็นอีกตัวแปร Intel Gen 12 ขึ้นไปและ AMD Ryzen 5000 series บางรุ่นรองรับ PCIe Gen 4 ผ่าน CPU lane รุ่นก่อนหน้านั้นรองรับแค่ Gen 3 ถ้าไม่เช็กก่อนว่าซีพียูและสล็อตที่จะใส่รองรับ Gen 4 จริง เงินส่วนต่างที่จ่ายเพิ่มหายไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา
SSD NVMe M.2 PCIe Gen 4 ที่บทความเน้นให้เช็ก — ความเร็ว 7,250MB/s แสดงว่าระบบสามารถดึงประสิทธิภาพ Gen 4 ออกมาได้จริง เหมาะเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบกับ Gen 3
ดูสินค้าก่อนซื้อ SSD Gen 4 ตัวไหนก็ตาม เปิดคู่มือเมนบอร์ดขึ้นมาดูว่าสล็อต M.2 ที่จะใส่วิ่งผ่าน CPU lane หรือ chipset และซีพียูที่ใช้อยู่รองรับ PCIe Gen 4 หรือเปล่า สองจุดนี้ตรวจก่อนจ่ายเงิน
เกมเมอร์ได้อะไรจาก Gen 4 จริงๆ และอะไรที่ยังไม่ต่างกัน
เกมเมอร์คือกลุ่มที่ถูกโฆษณา Gen 4 เล็งหาบ่อยที่สุด แต่ผลในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับเกมและเอนจิ้นที่ใช้เป็นหลัก
เวลาโหลดเกมและ open world streaming ต่างกันไหมระหว่าง Gen 3 กับ Gen 4
เกมส่วนใหญ่ที่วางขายอยู่ตอนนี้ยังออกแบบมาให้ทำงานกับ SSD ความเร็วมาตรฐาน เวลาโหลดของ Gen 3 กับ Gen 4 ในเกมเหล่านั้นต่างกันเป็นวินาทีหรือน้อยกว่า บางเกมแทบวัดไม่ออกด้วยตา
เทคโนโลยีที่จะทำให้ Gen 4 เริ่มเห็นผลชัดในเกมคือ DirectStorage ซึ่งให้ GPU โหลด asset จาก SSD โดยตรงโดยไม่ต้องผ่าน CPU เกมที่ออกแบบมาใช้ DirectStorage เต็มรูปแบบจะโหลด texture และ open world ได้เร็วขึ้นเห็นได้ชัด และ Gen 4 ได้เปรียบในจุดนี้
แต่เกมที่รองรับ DirectStorage เต็มรูปแบบยังมีไม่มาก เกมที่ออกก่อนปี 2022 ส่วนใหญ่ยังใช้ pipeline เดิม ถ้าเกมที่เล่นอยู่ไม่ได้รองรับ DirectStorage ความต่างของเวลาโหลดระหว่าง Gen 3 กับ Gen 4 จะเล็กมากจนรู้สึกไม่ออกในชีวิตประจำวัน
เฟรมเรตและ stutter ที่ SSD เกี่ยวข้องหรือไม่
SSD ไม่ได้ส่งผลต่อ FPS โดยตรง ซีพียูและการ์ดจอยังเป็นตัวกำหนดเฟรมเรตหลักเสมอ
จุดที่ SSD เกี่ยวข้องกับ stutter คือการ stream asset ในเกม open world ที่โหลด texture ต่อเนื่องขณะวิ่งสำรวจแผนที่ ถ้า SSD ช้าเกินไปจะเกิด micro-stutter ตอนเข้าพื้นที่ใหม่ แต่ SSD NVMe Gen 3 ที่ดีก็เร็วพอสำหรับงานนี้อยู่แล้วในเกมส่วนใหญ่
ถ้าระบบมี stutter ปัญหามักอยู่ที่แรมไม่พอ ซีพียูเป็นบอตเทิลเน็ค หรือการ์ดจอ VRAM ล้น ไม่ใช่ความเร็ว SSD เป็นจุดแรกที่ควรตรวจ การอัพเกรดจาก Gen 3 เป็น Gen 4 เพื่อแก้ stutter โดยไม่เช็กจุดอื่นก่อนคือการใช้เงินผิดที่
SSD NVMe M.2 PCIe Gen 3 ที่มีความเร็วอ่าน 3,520MB/s — ตัวอย่างสินค้า Gen 3 ที่บทความแนะนำให้พิจารณาสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ราคาต่ำกว่า Gen 4
ดูสินค้าอ่านต่อ: ssd sata vs nvme คอมเก่า
คนทำงานและครีเอเตอร์ได้ประโยชน์จาก Gen 4 มากกว่าเกมเมอร์ไหม
งานที่ต้องอ่านเขียนไฟล์ขนาดใหญ่ต่อเนื่องคือกลุ่มที่ Gen 4 เริ่มเห็นผลต่างชัดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกงาน
งานตัดต่อวิดีโอ render และ export ไฟล์ใหญ่
นี่คือกลุ่มงานที่ sequential read/write สูงของ Gen 4 แสดงผลออกมาได้จริงในทางปฏิบัติ การอ่านไฟล์ RAW วิดีโอ 4K หรือ 8K จากไดรฟ์ขณะตัดต่อต้องใช้แบนด์วิดท์ต่อเนื่อง ถ้า SSD ช้าจะเกิดอาการ dropped frame หรือ preview กระตุก
การ export ไฟล์ขนาดหลาย GB ต่อเนื่องก็เช่นกัน Gen 4 เขียนข้อมูลได้เร็วกว่า Gen 3 อย่างเห็นได้ชัดในงานนี้ เวลาที่ประหยัดได้สะสมเป็นชั่วโมงถ้ารัน export บ่อยๆ ในรอบสัปดาห์
SSD NVMe Gen 4 ที่มีความเร็วอ่าน 7,250MB/s — ตัวอย่างสินค้าจริงที่แสดงความแตกต่างสเปกระหว่าง Gen 3 และ Gen 4 ที่บทความพูดถึง
ดูสินค้าครีเอเตอร์ที่ทำงานกับ proxy file หรือใช้ codec ที่บีบอัดสูงอย่าง H.264/H.265 จะรู้สึกต่างน้อยกว่าคนที่ทำงานกับ RAW หรือ ProRes โดยตรง เพราะ codec เหล่านั้นลดภาระ sequential read ลงไปแล้วก่อนถึง SSD
งานออฟฟิศทั่วไป เปิดโปรแกรม บูตเครื่อง ต่างกันแค่ไหน
การบูต Windows เปิด Chrome เปิด Excel หรือโหลด Photoshop คือ random read ขนาดเล็กหลายร้อยไฟล์พร้อมกัน ไม่ใช่ sequential ก้อนใหญ่ SSD NVMe Gen 3 ที่มี IOPS ดีตอบสนองงานเหล่านี้ได้เร็วอยู่แล้ว
ความต่างของเวลาบูตหรือเวลาเปิดโปรแกรมระหว่าง Gen 3 กับ Gen 4 ในงานออฟฟิศทั่วไปอยู่ในระดับที่แทบวัดไม่ออกด้วยการนับวินาทีปกติ ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกต่างถ้าเปลี่ยนแบบ blind test
เงินส่วนต่างระหว่าง Gen 3 กับ Gen 4 ในกรณีนี้ไปได้ประโยชน์มากกว่าถ้าเอาไปเพิ่มแรม หรืออัพเกรดจาก HDD เป็น SSD ตัวแรก ซึ่งให้ผลต่างที่รู้สึกได้ทันทีกว่ามาก
ใครควรเลือก Gen 3 และใครถึงจะคุ้มกับ Gen 4
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าอยากได้ของดีแค่ไหน แต่อยู่ที่ระบบและการใช้งานจริงของคุณรองรับมันได้หรือเปล่า
เงื่อนไขที่ Gen 3 ยังเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล
Gen 3 ไม่ใช่ของเก่าที่ต้องรีบทิ้ง มันยังเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องในหลายสถานการณ์
กรณีที่ Gen 3 เหมาะกว่า:
- เมนบอร์ดรองรับแค่ PCIe Gen 3 — ใส่ Gen 4 ไปก็ถูก downclock ลงมาเองอยู่ดี
- งบที่ประหยัดได้ควรไปลงที่ซีพียูหรือการ์ดจอ — ผลต่างที่ได้กลับมาชัดกว่ามาก
- ใช้งานออฟฟิศ เปิดโปรแกรมทั่วไป หรือเล่นเกมที่ไม่รองรับ DirectStorage — Gen 3 ตัวดีๆ เพียงพอสมบูรณ์แบบ
- อัพเกรดจาก HDD เป็น SSD ครั้งแรก — ผลต่างที่ได้จะมหาศาลอยู่แล้วโดยไม่ต้องพึ่ง Gen 4
ราคาต่อ GB ของ Gen 3 ยังต่ำกว่า Gen 4 อยู่พอสมควร เงินที่ประหยัดได้ในช่วงนี้เอาไปต่อยอดที่อื่นได้จริง
เงื่อนไขที่ Gen 4 จ่ายเพิ่มแล้วได้ผลจริง
Gen 4 คุ้มเมื่อระบบพร้อมดึงประสิทธิภาพออกมาได้ครบ และการใช้งานต้องการมันจริงๆ
กรณีที่ Gen 4 คุ้มค่า:
- เมนบอร์ดและซีพียูรองรับ PCIe Gen 4 ผ่าน CPU lane — ระบบดึงความเร็วออกมาได้เต็ม ไม่โดน downclock
- ครีเอเตอร์ที่ทำงานกับไฟล์วิดีโอ RAW 4K-8K หรือ export ไฟล์ขนาดใหญ่ประจำ — sequential read/write สูงของ Gen 4 ลดเวลาทำงานได้จริง
- เกมเมอร์ที่เล่นเกมรองรับ DirectStorage และมีการ์ดจอระดับกลาง-สูง — ประโยชน์จาก asset streaming จะปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเกมใหม่ใช้ DirectStorage มากขึ้น
- สร้างระบบใหม่ที่จะใช้ไปอีกหลายปี — Gen 4 เป็นมาตรฐานที่ซอฟต์แวร์และเกมจะออกแบบมารองรับมากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าระบบรองรับและการใช้งานตรง Gen 4 จ่ายเพิ่มอีกหนึ่งถึงสองพันบาทจากราคา Gen 3 ตัวดีๆ ถือว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้าเงื่อนไขระบบไม่ครบ เงินก้อนนั้นไปได้ผลจริงกว่าที่อื่น
ดูเพิ่มที่: ssd nvme gen 3 vs gen 4
