แบนด์วิดท์ Gen4 กับ Gen5 ต่างกันยังไง และเกมดึงไปใช้ได้จริงแค่ไหน
ตัวเลข sequential read บนกล่อง SSD คือตัวเลขที่วัดในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ — ไฟล์ขนาดใหญ่ เรียงต่อกัน อ่านตรงๆ ไม่มีสิ่งรบกวน เกมไม่ได้ทำงานแบบนั้น
Sequential read ต่างกันเกือบสองเท่า แต่เกมใช้แค่ส่วนเล็กๆ
Gen4 วิ่ง sequential read ได้ประมาณ 7,000 MB/s ส่วน Gen5 ทะลุ 12,000–14,000 MB/s ตัวเลขต่างกันชัดเจนในกระดาษ แต่เกมไม่ได้โหลดข้อมูลแบบ sequential
เกมโหลด asset แบบ random read — texture ชิ้นนี้อยู่ตรงนี้ audio อีกก้อนอยู่อีกที่ shader อีกก้อนอีกตำแหน่ง สลับไปมาตลอด ซึ่ง random read 4K ของ Gen4 กับ Gen5 ต่างกันน้อยกว่า sequential มาก และ bottleneck ส่วนใหญ่ตอนโหลดเกมไม่ได้อยู่ที่ SSD แต่อยู่ที่ CPU ที่ต้อง decompress ข้อมูลก่อนส่งไปให้ GPU
พูดตรงๆ คือ Gen5 เร็วกว่า Gen4 จริง แต่เร็วในมิติที่เกมส่วนใหญ่ยังไม่ได้ขอ
SSD NVMe M.2 Gen4 ที่บทความแนะนำให้เช็ก — WD BLACK SN7100 1TB PCIe 4.0 ความเร็ว 7,250MB/s ตรงกับตัวอย่างที่เกมเมอร์ควรพิจารณาเมื่อคอมรองรับ PCIe 4.0
ดูสินค้าDirectStorage ช่วยได้จริง แต่เกมที่รองรับยังน้อย
DirectStorage คือเทคโนโลยีที่ Microsoft ออกแบบมาให้ GPU ดึงข้อมูลจาก SSD ได้ตรงๆ โดยไม่ต้องผ่าน CPU มาก — ทำให้ SSD ความเร็วสูงอย่าง Gen5 มีโอกาสแสดงพลังจริงในการโหลด texture ขนาดใหญ่เข้า GPU
ปัญหาคือเกมที่ implement DirectStorage จริงจังยังมีจำนวนน้อย และในเกมที่รองรับ ผลต่างระหว่าง Gen4 กับ Gen5 ก็ยังไม่ได้ทำให้ loading time ต่างกันหลายวินาที เพราะ pipeline ทั้งหมดมีจุดอื่นที่ช้ากว่า SSD อยู่เสมอ ณ ตอนนี้ Gen5 ยังรอเกมมาดึงศักยภาพมันออกมาอยู่
อ่านเพิ่มเติม: ssd sata vs nvme คอมเก่า
loading time จริงในเกม Gen4 กับ Gen5 ต่างกันกี่วินาที
Benchmark ใน controlled environment กับ loading time ที่จับเวลาหน้าจอจริงคือคนละเรื่องกัน ตัวเลขที่น่าสนใจคือตัวหลัง
เกม open world หนักๆ loading ต่างกันแค่วินาทีหรือน้อยกว่า
เกม open world ขนาดใหญ่ที่โหลด asset จำนวนมาก เมื่อเทียบ Gen4 กับ Gen5 บนระบบเดียวกัน ผลต่างที่จับเวลาได้จริงมักอยู่ที่ไม่ถึง 1–2 วินาที และหลายเกมต่างกันน้อยกว่านั้น
เหตุผลคือ bottleneck ไม่ได้อยู่ที่ SSD bandwidth — CPU ต้องแตก asset ที่บีบอัดมา GPU ต้องอุ่น shader ที่คอมไพล์ไว้ ระบบต้องจัดการ memory allocation ทั้งหมดนี้ใช้เวลามากกว่าที่ SSD จะอ่านข้อมูลเสร็จ เพราะฉะนั้นแม้ SSD เร็วขึ้นสองเท่า loading time ก็ไม่ได้ลดลงสองเท่าตาม
กรณีที่ Gen5 เห็นผลชัดจริงๆ คือ workload ไหน
Gen5 เห็นผลชัดในงานที่ต้องอ่านเขียนไฟล์ขนาดใหญ่ต่อเนื่องจริงๆ ไม่ใช่ gaming session ปกติ งานที่ว่าได้แก่:
- Video editing — timeline ที่ scrub ผ่าน footage 4K/6K RAW ต่อเนื่อง
- 3D rendering — โหลด scene ขนาดใหญ่ที่มี asset เป็น GB เข้า memory
- Game development — compile asset, bake lighting, iterate project ที่มีไฟล์จำนวนมาก
- Data science / large dataset — อ่านเขียน dataset ขนาด GB ในลูปซ้ำๆ
ถ้า workflow ส่วนใหญ่คือเปิดเกม เล่น บันทึก ปิด — Gen5 ไม่มีจุดให้แสดงพลังที่รู้สึกได้จริง
SSD NVMe Gen5 (990 EVO Plus) ความเร็ว 7,250MB/s อ่าน — ตัวอย่างสินค้า Gen5 ที่บทความเตือนว่าราคาแพงกว่า Gen4 แต่เกมยังดึงแบนด์วิดท์ไม่เต็ม
ดูสินค้าอ่านต่อ: ssd nvme gen 3 vs gen 4
คอม Gen เก่าใส่ SSD Gen ใหม่ได้ไหม และได้ความเร็วเท่าไหร่จริง
M.2 slot ทุก slot หน้าตาเหมือนกัน แต่ข้างในไม่เหมือนกัน นี่คือจุดที่คนซื้อพลาดแล้วเสียเงินเพิ่มโดยไม่ได้ประโยชน์
PCIe backward compatibility ทำงานยังไง
SSD NVMe ทุก Gen ใส่ลง M.2 slot รุ่นเก่าได้ — นี่คือ backward compatibility ที่ดีจริง แต่ความเร็วจะถูก cap ที่ Gen ของ slot นั้น
ตัวอย่างที่เห็นชัด: Gen5 ใส่ใน PCIe 4.0 slot → วิ่งได้แค่ Gen4 speed Gen5 ใส่ใน PCIe 3.0 slot → วิ่งได้แค่ Gen3 speed ประมาณ 3,500 MB/s จ่ายเงินซื้อ Gen5 ราคาแพงกว่า แต่ได้ความเร็วเท่า Gen3 ที่ราคาถูกกว่ามาก เงินส่วนต่างหายไปฟรีๆ
SSD NVMe M.2 Gen3 (HIKSEMI E3000) ความเร็ว 3,520MB/s — ตัวอย่างของ Gen เก่าที่ราคาถูกกว่า ใช้ได้กับคอม PCIe 3.0 ตามที่บทความแนะนำให้พิจารณา
ดูสินค้าวิธีเช็ก slot บนเมนบอร์ดก่อนซื้อ
เช็กก่อนซื้อเสมอ อย่าเดา M.2 slot บนเมนบอร์ดเดียวกันอาจรองรับ PCIe Gen ต่างกัน slot แรกได้ Gen4 แต่ slot สองได้แค่ Gen3 หรือบางบอร์ดมี slot ที่วิ่งได้แค่ SATA ด้วยซ้ำ
วิธีเช็กที่ทำได้เองก่อนกดสั่ง:
- ดู spec sheet เมนบอร์ด — ค้นชื่อบอร์ด + "spec" บนเว็บผู้ผลิต (ASUS, MSI, Gigabyte, ASRock) หาหัวข้อ Storage แล้วดูว่า M.2 slot แต่ละช่องรองรับ PCIe Gen เท่าไหร่
- ใช้ CPU-Z — ดูข้อมูล Mainboard แต่ M.2 slot speed ต้องดูจาก spec จริงมากกว่า
- ใช้ HWiNFO — ดู bus speed ของ device ที่ใส่อยู่แล้วเพื่อยืนยัน
- เช็กทุก slot ไม่ใช่แค่ slot แรก เพราะ slot ที่สองอาจช้ากว่า
ถ้าซื้อ SSD มาแล้วอยากทดสอบว่าวิ่งได้ความเร็วเท่าไหร่จริงบนเครื่อง ใช้ CrystalDiskMark รัน sequential read/write ดู — ตัวเลขที่ได้จะบอกว่า slot นั้นรองรับ Gen ไหนจริงๆ
Adapter PCIe to M.2 NVMe รองรับ PCIe 3.0/4.0 X1-X16 — ช่วยเช็กว่า M.2 slot ของคอมรองรับ Gen เท่าไหร่ ตรงกับคำแนะนำบทความให้เปิด CPU-Z ก่อนซื้อ
ดูสินค้าเกมเมอร์ควรอัปเกรดเป็น Gen5 ไหม หรือ Gen4 ยังพอ
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า Gen ไหนเร็วกว่า แต่อยู่ที่ว่าคอมที่ใช้อยู่รองรับอะไร และงบที่เหลือหลังซื้อ SSD จะเอาไปทำอะไรต่อได้บ้าง
Gen4 คือจุดที่คุ้มที่สุดสำหรับเกมเมอร์ส่วนใหญ่ตอนนี้
Gen4 ราคาต่อ GB ลงมาถึงจุดที่น่าซื้อมากแล้ว ความเร็ว 7,000 MB/s เกินพอสำหรับเกมทุกตัวที่มีในปัจจุบัน และราคาต่างจาก Gen5 ชัดเจน — เงินส่วนต่างนั้นเอาไปอัปเกรด RAM หรือการ์ดจอได้ผลต่อ framerate มากกว่าหลายเท่า
ถ้าคอมรองรับ PCIe 4.0 อยู่แล้ว Gen4 คือคำตอบที่ใช่ตอนนี้ ไม่มีเหตุผลที่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อ Gen5 เพื่อเล่นเกม
Gen5 สมเหตุสมผลเมื่อไหร่
Gen5 worth it จริงในกรณีที่เงื่อนไขครบพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ข้อใดข้อหนึ่ง:
- เมนบอร์ดรองรับ PCIe 5.0 อยู่แล้ว — ไม่ต้องซื้อบอร์ดใหม่เพื่อมันโดยเฉพาะ
- ใช้คอมทำงาน creative ควบคู่กับเล่นเกม — video editing, 3D, หรืองานที่อ่านเขียนไฟล์ใหญ่ต่อเนื่อง
- วางแผนใช้เครื่องนี้อีก 4–5 ปี — ซื้อ Gen5 วันนี้เพื่อให้ยังไม่ตกรุ่นเมื่อเกมเริ่ม implement DirectStorage จริงจัง
- งบไม่ใช่ตัวแปรหลัก — และส่วนอื่นของคอมอัปเกรดครบแล้ว
ถ้าไม่ครบทุกข้อ Gen4 ดีๆ สักตัวคือคำตอบที่ฉลาดกว่า อย่าลืมว่า SSD Gen5 ร้อนกว่า Gen4 ชัดเจน บางรุ่นต้องการ heatsink เพิ่มเพื่อรักษาความเร็วไม่ให้ thermal throttle — ต้นทุนที่ต้องนับรวมด้วย
Heatsink ทองแดงกราไฟท์ M.2 2280 — เมื่ออัปเกรด SSD Gen5 ที่ร้อนกว่า Gen4 ต้องมี heatsink ระบายความร้อนให้ได้ประสิทธิภาพเต็มตามที่บทความพูดถึง
ดูสินค้า