ของที่ซื้อผิดตัวแรก และทำไมมันถึงพลาด
มือใหม่เกือบทุกคนเริ่มจากการซื้อของที่ดูดีในรีวิว YouTube ไม่ใช่ของที่ตัวเองต้องการจริงๆ ผลที่ตามมาคือเงินหมดก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองสตรีมแนวไหน
ไมค์แขวนบูมที่ยังไม่รู้ว่าจะตั้งไว้ไหน
ไมค์บูมอาร์มดูดีมากในคลิป setup tour ของ YouTuber ต่างประเทศ แต่สิ่งที่ไม่ได้บอกคือโต๊ะพวกนั้นกว้างพอจะหนีบขอบได้ และมีพื้นที่ว่างรอบจอพอจะหมุนบูมได้โดยไม่ชนอะไร
ตอนซื้อมายังไม่รู้เลยว่าโต๊ะตัวเองขอบหนาเกินไปสำหรับคลิปหนีบ และมุมห้องที่จะวางก็แคบกว่าที่คิด บูมอาร์มอยู่ในกล่องนานกว่าสองอาทิตย์ก่อนจะแกะออกมาลองวาง สุดท้ายก็ต้องซื้อขาตั้งแยกเพิ่ม ซึ่งบวกราคารวมกันแล้วแพงกว่าไมค์ตั้งโต๊ะธรรมดามาก
สำหรับช่วงเริ่มต้น ไมค์ USB ตั้งโต๊ะทำงานได้ดีกว่าในทุกมิติ วางแล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องคิดเรื่อง layout โต๊ะ และถ้าย้ายที่นั่งก็พกตามได้ทันที
กล้อง DSLR ที่ต่อเข้าคอมไม่ได้โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม
กล้อง DSLR ที่มีอยู่แล้วในบ้านฟังดูเหมือนของฟรี แต่จริงๆ ไม่ใช่ เพราะกล้องส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาให้ต่อ USB แล้ว OBS จับสัญญาณได้เลย ต้องใช้ capture card หรือ adapter HDMI-to-USB เพิ่มอีกชิ้น และกล้องบางรุ่นก็ร้อนและปิดตัวเองเมื่อเปิดนานเกินครึ่งชั่วโมง
Webcam 1080p ทำงานตรงข้ามกันทุกอย่าง เสียบ USB ปุ๊บ OBS เห็นทันที ไม่ต้องติดตั้ง driver พิเศษ ไม่ต้องกังวลว่ากล้องจะร้อนและหลุดกลางสตรีม ภาพอาจไม่สวยเท่า DSLR แต่สำหรับสตรีมมือใหม่ที่กำลังหัดตั้งค่า OBS ความง่ายมีค่ากว่าความสวยมาก
ไฟ ring light ที่ซื้อมาก่อนรู้ว่าห้องมีแสงธรรมชาติแค่ไหน
Ring light ขนาด 18 นิ้วถูกสั่งมาในคืนที่ดูรีวิวกลางดึก พอของมาถึงกลางวัน เปิดม่านแล้วลองเปิดกล้อง ปรากฏว่าแสงธรรมชาติจากหน้าต่างสว่างพอจนไม่จำเป็นต้องเปิด ring light เลยในช่วงกลางวัน
ห้องแต่ละห้องมีแสงไม่เหมือนกัน ก่อนซื้อไฟควรทดสอบก่อนด้วยการเปิดกล้องดูว่าภาพมืดหรือมีเงาที่ไหนบ้างในเวลาที่จะสตรีมจริงๆ ถ้าปัญหาคือแสงน้อยเฉพาะจุด ไฟ LED พกพาชิ้นเล็กแก้ได้โดยไม่ต้องลงทุนชุดใหญ่ตั้งแต่วันแรก
ชุดไฟ Softbox 50x70 จาก TNW ปรับสีและความสว่างได้ — เป็นของที่ซื้อผิดตัวแรกที่บทความพูดถึง เพราะมือใหม่มักซื้อก่อนรู้ว่าพื้นที่สตรีมตัวเองต้องการแสงแบบไหน
ดูสินค้าของที่ควรซื้อก่อนจริงๆ สำหรับอุปกรณ์สตรีมมือใหม่
หลังจากเสียเงินไปกับของที่ไม่จำเป็น สิ่งที่พบคือมีแค่ 3-4 ชิ้นที่ทำให้คุณภาพสตรีมดีขึ้นจริงในช่วงเริ่มต้น และทุกชิ้นมีราคาที่ไม่ต้องทุ่มหมดตัว
ไมโครโฟน USB ตั้งโต๊ะ ชิ้นแรกที่คุ้มที่สุด
คนดูทนภาพพร่ามัวได้นานกว่าทนเสียงแตกหรือเสียงฮัม นี่ไม่ใช่ความเห็น แต่ลองสังเกตตัวเองดูก็ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ปิดวิดีโอกลางคันเพราะเสียงแย่กับเพราะภาพแย่ อันไหนเกิดขึ้นบ่อยกว่า
ไมค์ USB ตั้งโต๊ะในช่วงราคา 1,000-2,500 บาท ให้เสียงต่างจากไมค์ในตัวโน้ตบุ๊กอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน เสียบแล้ว OBS จับได้เลย สิ่งที่ต้องเช็กก่อนซื้อมีแค่นี้
- รองรับ USB Plug and Play ไม่ต้องติดตั้ง driver แยก
- มีขาตั้งในกล่อง ไม่ต้องซื้อขาเพิ่มทันที
- ระยะรับเสียงเหมาะกับโต๊ะทำงาน ไม่ใช่ไมค์สำหรับร้องเพลงที่ต้องจ่อปาก
ถ้างบยังไม่แน่ใจว่าสตรีมจะทำต่อหรือเปล่า ลองไมค์ราคาต่ำกว่า 200 บาท ก่อนเพื่อทดสอบว่าเสียงคือปัญหาหลักหรือเปล่า แล้วค่อยอัพเกรดเมื่อรู้ชัดแล้ว
ไมค์ตั้งโต๊ะ KIVEE ราคาต่ำกว่า 200 บาท ยอดขายสูง — ใช้ทดสอบว่าเสียงคือปัญหาหลักของสตรีมตัวเองหรือไม่ก่อนลงทุนไมค์ราคาสูง ตรงกับแนวคิดบทความที่ให้ทดสอบก่อนซื้อ
ดูสินค้าไมค์ตั้งโต๊ะ USB Plug and Play จาก Fantech — เป็นอุปกรณ์แรกที่บทความแนะนำให้ซื้อก่อน เพราะเสียงคือจุดที่ทำลายคุณภาพสตรีมมากที่สุดและแก้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอของอื่น
ดูสินค้าเว็บแคม 1080p ที่เสียบแล้วใช้ได้เลยโดยไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน
Webcam 1080p ที่ดีให้ภาพที่ใช้ได้จริงสำหรับสตรีมทั่วไป และความได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของมันไม่ใช่ความละเอียด แต่คือความง่าย เสียบ USB แล้ว OBS เห็นทันที ไม่มีขั้นตอนตั้งค่า HDMI ไม่มีเรื่องกล้องร้อนและหลุดกลางสตรีม
สำหรับมือใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงหัดตั้งค่า OBS และหาจังหวะสตรีมของตัวเอง นี่คือของที่ซื้อแล้วไม่เสียดาย แม้ภายหลังจะอัพเกรดเป็นกล้องดีกว่า webcam ตัวนี้ก็ยังใช้เป็นกล้องสำรองหรือกล้องมุมที่สองได้
เว็บแคม 2K/1080P จาก EYD official shop ยอดขายสูง rating ดี — เหมาะเป็นกล้องตัวแรกสำหรับสตรีมมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการภาพระดับไหน ก่อนตัดสินใจลงทุนกล้องแพง
ดูสินค้าหูฟังมอนิเตอร์ที่ได้ยินตัวเองขณะพูด
หูฟังที่ monitor เสียงตัวเองได้คือของที่หลายคนมองข้าม แต่มันคือเครื่องมือที่บอกว่าไมค์ทำงานได้ดีแค่ไหนโดยไม่ต้องรีวิวคลิปหลังสตรีมจบ ถ้าได้ยินเสียงฮัมหรือเสียงรบกวนขณะพูด แก้ได้ทันทีก่อนออกอากาศ
ไม่ต้องเป็นหูฟัง studio grade ราคาหลักพัน ขอแค่ให้ได้ยินเสียงตัวเองชัดขณะพูดก็พอ หูฟังเกมมิ่งที่มีไมค์ในตัวหลายรุ่นก็ทำหน้าที่นี้ได้ และถ้าวันหลังตัดสินใจไม่ใช้ไมค์แยก ก็ยังใช้ไมค์ในหูฟังสตรีมได้เลย
หูฟัง Fantech Gaming 7.1 มีไมค์ในตัว ยอดขายกว่า 200 ชิ้น — สำหรับสตรีมเมอร์ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ไมค์แยกหรือไมค์รวม ใช้ทดสอบคุณภาพเสียงก่อนตัดสินใจซื้อไมค์ตั้งโต๊ะแยก
ดูสินค้าดูเพิ่มที่: ไฟถ่ายคลิป เลือก
ของที่รอซื้อทีหลังได้เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองสตรีมแนวไหน
ของหลายชิ้นในลิสต์ "อุปกรณ์สตรีม" ที่เห็นในรีวิวนั้นเหมาะกับคนที่รู้แล้วว่าตัวเองทำคอนเทนต์แนวไหน ซื้อเร็วเกินไปคือเสียเงินฟรี
Capture card สำหรับคนที่สตรีมเกมคอนโซล
Capture card จำเป็นเฉพาะคนที่ต้องการส่งสัญญาณจากคอนโซลอย่าง PS5 หรือ Nintendo Switch เข้าคอมก่อนส่งต่อไป OBS ถ้าคุณสตรีมเกม PC ตรงๆ ไม่ต้องใช้เลยเพราะ OBS จับหน้าจอได้โดยตรงอยู่แล้ว
ถ้าแน่ใจแล้วว่าจะสตรีมจากคอนโซล capture card รุ่นที่รองรับ input 4K และ output 1080p ก็เพียงพอสำหรับสตรีมทั่วไป และควรซื้อจากร้านที่มีรีวิวจริงพร้อมรูป ไม่ใช่ร้านที่ rating สูงแต่ยอดขายต่ำผิดปกติ
การ์ด Capture จาก Idigital รองรับ 4K input ส่ง 1080p ออก ยอดขายดี rating 4.9 — สำหรับคนที่รู้แล้วว่าจะสตรีมจากคอนโซลหรือกล้องภายนอก ซื้อได้เมื่อรู้ทิศทางตัวเองชัดแล้ว
ดูสินค้าAudio interface และไมค์คอนเดนเซอร์ XLR
Audio interface คู่กับไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ XLR คือ setup ระดับถัดไปที่ให้เสียงดีกว่า USB ไมค์อย่างเห็นได้ชัด แต่มาพร้อมกับความซับซ้อนที่มากกว่าด้วย ต้องตั้งค่า gain ให้ถูก ต้องเลือก interface ที่รองรับ phantom power ถ้าใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ และต้องเรียนรู้ว่าทำไมเสียงถึงยังฮัมทั้งที่ซื้อของแพงแล้ว
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่ม นี่คือของที่ควรรอจนสตรีมมาสักสามสี่เดือนและรู้ว่าตัวเองจะทำต่อแน่ๆ ก่อนถึงจะคุ้มที่จะลงทุน
ไฟ key light และ backdrop สำหรับคนที่ขึ้นหน้ากล้องบ่อย
ไฟ key light และฉากหลังสวยๆ มีความหมายก็ต่อเมื่อรู้แล้วว่าตัวเองจะทำคอนเทนต์แบบหน้ากล้องสม่ำเสมอ ถ้าสตรีมเกมโดยไม่ขึ้นหน้ากล้องเลย ของสองชิ้นนี้ไม่มีผลต่อคุณภาพสตรีมแม้แต่น้อย
ทดสอบก่อนว่าตัวเองชอบขึ้นหน้ากล้องหรือเปล่า แล้วค่อยคิดเรื่องแสงและฉากหลัง ถ้าปัญหาคือแสงน้อยเฉพาะจุด ไฟ LED พกพาราคาไม่กี่ร้อยบาทแก้ได้ก่อนโดยไม่ต้องลงทุนชุดไฟเต็มรูปแบบ
ไฟ LED พกพาชาร์จไฟได้จาก TNW ยอดขายกว่า 600 ชิ้น — แก้ปัญหาแสงไม่พอที่บทความระบุว่าทำลายคุณภาพภาพสตรีมโดยไม่ต้องลงทุนชุดไฟสตูดิโอเต็มรูปแบบตั้งแต่แรก
ดูสินค้าสเปกคอมที่ต้องมีก่อนเริ่มสตรีมและตัดต่อ
อุปกรณ์ภายนอกดีแค่ไหนก็ไม่ช่วย ถ้าคอมที่ใช้รันโปรแกรมสตรีมพร้อมเกมหรือโปรแกรมตัดต่อไม่ไหว นี่คือจุดที่มือใหม่หลายคนมองข้าม
แรมขั้นต่ำที่ OBS และโปรแกรมตัดต่อต้องการ
OBS Studio เพียงอย่างเดียวใช้แรมไม่มาก แต่ปัญหาคือไม่มีใครเปิด OBS อย่างเดียวโดดๆ ในชีวิตจริง เปิดพร้อมเกม เปิดพร้อม browser สำหรับดู chat เปิดพร้อม Discord สำหรับคุยกับเพื่อน นั่นคือเหตุผลที่แรมสำคัญกว่าที่คิด
สำหรับคอมสตรีมที่ใช้งานจริง ควรมีอย่างน้อย
- แรม 16GB สำหรับสตรีมเกมทั่วไปพร้อม OBS และ browser เปิดคู่กัน
- แรม 32GB ถ้าจะตัดต่อวิดีโอด้วยโปรแกรมอย่าง DaVinci Resolve หรือ Premiere Pro ควบคู่กับงานอื่น
- SSD แทน HDD จานหมุน เพราะ export ไฟล์วิดีโอความต่างชัดมาก และโปรแกรมตัดต่อใช้ไฟล์ชั่วคราวขนาดใหญ่ระหว่างทำงาน
ถ้าคอมตอนนี้มีแรมแค่ 8GB และยังเป็น HDD อยู่ นั่นคือสิ่งแรกที่ควรอัพเกรดก่อนซื้ออุปกรณ์สตรีมชิ้นไหนเพิ่มเลย
การ์ดจอกับ encoder สตรีม ต่างกันยังไง
OBS มีสองวิธีในการ encode วิดีโอก่อนส่งออกไปสตรีม วิธีแรกคือ software encoding ที่ใช้ CPU ทำงาน ซึ่งกินพลังงาน CPU มากและทำให้เกมกระตุกถ้าซีพียูไม่แรงพอ วิธีที่สองคือ hardware encoding ผ่าน NVENC บนการ์ดจอ NVIDIA หรือ AMF บน AMD ที่ใช้ chip บนการ์ดจอทำงานแทน
การ์ดจอที่รองรับ hardware encoder ช่วยให้สตรีมลื่นขึ้นเห็นผลชัด เพราะ CPU ไม่ต้องแบกงาน encode เพิ่มขณะรันเกม ถ้าการ์ดจอในเครื่องเป็น NVIDIA รุ่น GTX 10 series ขึ้นไปหรือ AMD RX 400 series ขึ้นไป ลองเปลี่ยน encoder ใน OBS จาก x264 เป็น NVENC หรือ AMF ก่อน อาจแก้ปัญหาสตรีมกระตุกได้โดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย
ของที่ดูถูกแต่ทำลายคุณภาพสตรีมมากที่สุด
มีของบางชิ้นที่ราคาไม่แพง แต่ถ้าเลือกผิดหรือข้ามไปเลยจะทำให้คุณภาพสตรีมแย่กว่าที่ควรมาก แม้จะมีอุปกรณ์ดีชิ้นอื่นครบแล้ว
สายและ hub USB ที่ทำให้ไมค์มีเสียงรบกวน
เสียงฮัมในไมค์ที่หลายคนคิดว่าเป็นปัญหาของไมค์ราคาถูก บางครั้งมาจาก hub USB ราคาถูกที่ต่ออยู่ระหว่างไมค์กับคอม hub ที่ไม่มีการจ่ายไฟแยก (bus-powered) บางรุ่นส่งสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าเข้าไปในอุปกรณ์ที่ต่ออยู่ด้วย
วิธีทดสอบง่ายที่สุดคือถอดไมค์ออกจาก hub แล้วเสียบตรงกับ USB บนตัวคอมหรือโน้ตบุ๊กโดยตรง ถ้าเสียงฮัมหายไปนั่นคือคำตอบ ถ้าต้องใช้ hub จริงๆ ให้เลือกรุ่นที่มีอแดปเตอร์จ่ายไฟแยกต่างหาก ไม่ใช่ hub ที่พึ่งไฟจาก USB ของคอมอย่างเดียว
อินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียร ปัญหาที่ไม่มีอุปกรณ์ไหนแก้ได้
ไมค์ดี กล้องดี คอมแรง แต่ถ้า upload speed ไม่พอหรือ WiFi หลุดบ่อย สตรีมจะกระตุกทุกครั้งโดยไม่มีอุปกรณ์ชิ้นไหนช่วยได้ สำหรับสตรีม 1080p 60fps ต้องการ upload ที่เสถียรอย่างน้อย 6-8 Mbps และตัวเลขนี้ต้องเสถียร ไม่ใช่แค่ peak ที่วัดได้ตอนเช้า
ต่อสายแลนตรงเสมอถ้าทำได้ — WiFi แม้จะเร็วบนกระดาษก็มีโอกาสหลุดและ latency พุ่งได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้ามีอุปกรณ์อื่นในบ้านใช้เน็ตพร้อมกัน ถ้าสายแลนถึงจากเราเตอร์ไม่ถึงโต๊ะ นี่คือปัญหาที่ควรแก้ก่อนซื้ออุปกรณ์สตรีมชิ้นถัดไป เพราะเน็ตไม่เสถียรทำลายทุกอย่างที่ลงทุนไปในคืนเดียว
เจาะลึกต่อ: ไมค์อัดเสียงมือใหม่
