ทำความเข้าใจก่อนว่าไฟถ่ายคลิปแต่ละแบบแก้ปัญหาอะไร
ไฟถ่ายคลิปทั้งสามประเภทให้แสงได้เหมือนกัน แต่รูปทรงของแสงและลักษณะเงาที่ได้ต่างกันชัดเจน ก่อนเลือกซื้อต้องรู้ก่อนว่าแต่ละตัวทำอะไรได้ดีที่สุด
ริงไลท์ — แสงกลมรอบ ไม่มีเงา เหมาะกับหน้าคน
ริงไลท์ถูกออกแบบมาเพื่อใบหน้าโดยเฉพาะ แสงวงกลมที่แผ่ออกมาจากทุกทิศทางพร้อมกันทำให้เงาใต้ตา ข้างจมูก และคางแทบหายไป ผลที่เห็นชัดที่สุดคือ catchlight — จุดแสงสะท้อนในดวงตาที่ทำให้หน้าดูมีชีวิตชีวา ถ่ายทอล์กโชว์หรือรีวิวสินค้าหน้ากล้องได้ผลดีมาก ติดตั้งง่าย ใช้คนเดียวได้โดยไม่ต้องปรับมุมซับซ้อน
แต่ถ้าถ่ายสินค้าที่มีผิวมันวาว เช่น โทรศัพท์ นาฬิกา หรือขวดแก้ว แสงวงกลมจะสะท้อนเป็นวงบนผิวสินค้าชัดเจน ดูไม่เป็นธรรมชาติ และยิ่งถ้าต้องการแสงที่ครอบพื้นที่กว้างกว่าแค่ใบหน้า ริงไลท์ก็ไม่ใช่คำตอบ
ริงไลท์ 26cm พร้อมขาตั้ง 2.1 เมตรและที่หนีบโทรศัพท์ ราคา 120 บาท — ตัวแทนประเภทริงไลท์ที่บทความอธิบายว่าถูกออกแบบมาแก้ปัญหาคนละอย่างกับซอฟต์บ็อกซ์
ดูสินค้าซอฟต์บ็อกซ์ — แสงนุ่ม กระจายสม่ำเสมอ ควบคุมทิศทางได้
ซอฟต์บ็อกซ์ทำงานด้วยหลักการง่ายๆ คือใช้ผ้า diffuser บังแหล่งแสงให้กระจายออกมาเป็นแสงนุ่มๆ แทนที่จะปล่อยแสงตรงๆ ผลคือเงาที่ได้จะค่อยๆ จางลง ไม่ขอบแข็ง สีผิวและพื้นผิวของสินค้าดูเป็นธรรมชาติกว่ามาก
ข้อได้เปรียบสำคัญคือควบคุมทิศทางได้ ตั้งด้านข้างเฉียง 45 องศาเพื่อให้เห็นมิติของสินค้า หรือตั้งสูงเพื่อจำลองแสงหน้าต่างก็ทำได้ งานถ่ายอาหาร flat lay หรือรีวิวสินค้าที่ต้องการแสงดูสะอาดและมีมิติ ซอฟต์บ็อกซ์ให้ผลดีกว่าริงไลท์ชัดเจน แลกกับการที่ต้องใช้พื้นที่ตั้งขาตั้งและใช้เวลาปรับมุมมากกว่านิดหน่อย
ซอฟต์บ็อกซ์ 50x70 ของ TNW พร้อมขาตั้งในชุดเดียว ปรับอุณหภูมิสีได้ 3200-5500K — ตรงกับที่บทความอธิบายว่าซอฟต์บ็อกซ์แก้ปัญหาเงาใต้ตาและสีผิวผิดเพี้ยนได้ดีกว่าไฟเพดาน
ดูสินค้าแผงไฟ LED — แสงแรง ปรับได้หลากหลาย เหมาะพื้นที่กว้าง
แผงไฟ LED คือตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการแสงปริมาณมากในพื้นที่กว้าง ไม่ว่าจะถ่ายเต็มตัว ถ่ายหลายคนในเฟรมเดียว หรือต้องการให้แสงถึงพื้นหลังด้วย ข้อดีอีกอย่างคือหลายรุ่นปรับอุณหภูมิสีได้แบบ bi-color — สลับระหว่างแสงอุ่นและแสงเย็นในตัวเดียว ไม่ต้องเปลี่ยนหลอดหรือซื้อเพิ่ม
สิ่งที่ต้องรู้คือแผงไฟ LED ให้แสงที่แข็งกว่าซอฟต์บ็อกซ์ตามธรรมชาติ ถ้าต้องการให้แสงนุ่มขึ้นต้องซื้อ diffuser เพิ่มแยกต่างหาก บางรุ่นมีขายพ่วงมาด้วย บางรุ่นไม่มี ควรเช็กก่อนว่าชุดที่ซื้อรวมอะไรมาบ้าง
ชุดขาตั้งพร้อมแผงไฟ LED ปรับสีได้ 3 โทน ราคา 290 บาท — เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่บทความพูดถึง ช่วยเปรียบเทียบให้เห็นว่าแผงไฟต่างจากริงไลท์และซอฟต์บ็อกซ์ยังไง
ดูสินค้าอ่านเพิ่มเติม: อุปกรณ์สตรีมมือใหม่
เช็กสเปกที่ต้องดูก่อนซื้อไฟถ่ายคลิป
ตัวเลขบนกล่องไฟมีหลายค่า แต่มีอยู่สองสามตัวที่ส่งผลต่อคุณภาพภาพจริงๆ และหลายคนมักข้ามไปโดยไม่ได้ดู
CRI — ค่าที่บอกว่าสีในคลิปจะเพี้ยนแค่ไหน
CRI หรือ Color Rendering Index คือตัวเลขที่บอกว่าไฟนั้นแสดงสีได้ถูกต้องแค่ไหนเมื่อเทียบกับแสงธรรมชาติ ค่าเต็มคือ 100 ยิ่งสูงยิ่งดี สำหรับงานถ่ายคลิปจริงจัง ควรเลือก CRI ≥ 90 ขึ้นไป
ปัญหาคือไฟ LED ราคาถูกบนตลาดออนไลน์จำนวนมากไม่ระบุค่านี้เลย หรือระบุต่ำกว่า 80 ซึ่งหมายความว่าสีผิวในคลิปอาจออกเหลืองหรือเขียวผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้าถ่ายในห้องที่มีไฟอื่นผสมอยู่ด้วย ถ้าหน้าสินค้าไม่ระบุ CRI เลย ให้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือน
Color Temperature — อุณหภูมิสีกับบรรยากาศที่ต้องการ
อุณหภูมิสีวัดด้วยหน่วย Kelvin ตัวเลขต่ำ เช่น 3200K ให้แสงสีอุ่นเหลือง เหมาะกับบรรยากาศอบอุ่น ตัวเลขสูงขึ้นอย่าง 5600K ให้แสงขาวเย็น เหมาะกับงานที่ต้องการสีสะอาดและคมชัด
ไฟแบบ bi-color ปรับได้ทั้งสองช่วงในตัวเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่ถ่ายหลายสภาพแสงหรือต้องการให้สีแสงเข้ากับแสงธรรมชาติในห้องแต่ละช่วงเวลา ส่วนไฟราคาถูกส่วนใหญ่ fix ที่ค่าเดียว ต้องเช็กก่อนว่าค่านั้นตรงกับสไตล์คอนเทนต์ที่ทำอยู่จริง
ไฟ LED พกพาแบบชาร์จไฟได้ของ TNW ปรับอุณหภูมิสีได้กว้าง 3000K-9900K — ครอบคลุมปัญหาแสงเหลืองช่วงบ่ายและแสงไม่พอช่วงเย็นที่บทความพูดถึง ยอดขายสูงและมีแบรนด์ชัดเจน
ดูสินค้าวัตต์และระยะห่าง — แรงพอสำหรับพื้นที่ที่ใช้จริง
วัตต์บนกล่องไม่ได้บอกความสว่างโดยตรง ต้องดูร่วมกับระยะห่างที่ใช้งานจริงเสมอ ริงไลท์ 45W ที่ระยะ 50-80 ซม. ให้แสงเพียงพอสำหรับถ่ายหน้าคน แต่ถ้าต้องการให้แสงถึงพื้นที่กว้างหรือระยะเกิน 1 เมตร แผงไฟวัตต์สูงกว่าคือสิ่งที่ต้องการ
เคสที่พบบ่อยคือซื้อริงไลท์วัตต์ต่ำมาแล้วพบว่าแสงไม่พอพอถอยกล้องออกมาให้เห็นเต็มตัว หรือถ่ายในห้องที่มีแสงธรรมชาติแข่งอยู่ด้วย ถ้าห้องมีหน้าต่างใหญ่หรือถ่ายกลางวัน วัตต์ที่ต้องการก็สูงขึ้นตามไปด้วย
จับคู่ไฟกับประเภทคอนเทนต์ที่ทำอยู่
ไฟที่ดีที่สุดไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุด แต่คือตัวที่เหมาะกับสิ่งที่ถ่ายอยู่ทุกวัน ลองเทียบตามประเภทคอนเทนต์ก่อนตัดสินใจ
ทอล์กโชว์ รีวิว ไลฟ์สด — ริงไลท์คือจุดเริ่มต้นที่ใช้งานง่ายสุด
ถ้าคอนเทนต์ที่ทำอยู่เน้นหน้าคนเป็นหลัก ไม่ว่าจะไลฟ์สด รีวิวสินค้าหน้ากล้อง หรือทอล์กโชว์ ริงไลท์ตั้งตรงหน้าระยะ 60-100 ซม. คือจุดเริ่มต้นที่ตั้งง่ายและให้ผลดีที่สุดสำหรับการใช้คนเดียว แสงสม่ำเสมอ เงาบนใบหน้าน้อย และ catchlight ในดวงตาทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวาโดยไม่ต้องปรับอะไรมาก
ข้อควรระวังคือถ้าห้องมีแสงพื้นหลังแข่งอยู่ เช่น หน้าต่างด้านหลัง ริงไลท์วัตต์ต่ำอาจสู้ไม่ไหว ต้องปิดม่านหรือเลือกวัตต์ให้พอเหมาะกับขนาดห้อง
รีวิวสินค้า ถ่ายอาหาร flat lay — ซอฟต์บ็อกซ์ให้แสงนุ่มกว่าและควบคุมได้
งานถ่ายสินค้าหรืออาหารที่ต้องการแสงสะอาดไม่มีเงาแข็ง ซอฟต์บ็อกซ์ให้ผลต่างจากริงไลท์ชัดเจน ไม่มีวงแสงสะท้อนบนผิวมันวาว และสามารถปรับมุมให้เห็นมิติของสินค้าได้ตามต้องการ ตั้งด้านข้างเฉียง 45 องศาคือจุดเริ่มต้นที่ได้ผลดีในงานส่วนใหญ่
สำหรับคนที่ไลฟ์สดถ่ายสินค้าควบคู่กันไป ซอฟต์บ็อกซ์ขนาด 50x70 ซม. ขึ้นไปให้พื้นที่แสงกว้างพอที่จะครอบทั้งหน้าคนและสินค้าที่ถืออยู่ได้ในเฟรมเดียว
Softbox Bowens Mount ของ Triopo ระดับสตูดิโอ rating 5.0 — เหมาะสำหรับผู้ที่บทความแนะนำให้เลือกซอฟต์บ็อกซ์คุณภาพสูงเมื่อต้องการแสงนุ่มสม่ำเสมอสำหรับไลฟ์สดระยะยาว
ดูสินค้าถ่ายวิดีโอในพื้นที่กว้าง สตูดิโอเล็ก — แผงไฟ LED เป็น key light หลัก
ถ้าต้องการแสงที่ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าแค่ใบหน้า เช่น ถ่ายเต็มตัว ถ่ายหลายคน หรือต้องการให้พื้นหลังสว่างด้วย แผงไฟ LED วัตต์สูงเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าทั้งสองแบบข้างต้น บางรุ่นมี diffuser แยกขายเพิ่มเพื่อทำให้แสงนุ่มขึ้นได้ตามต้องการ
อีกทางที่หลายคนทำคือใช้แผงไฟ LED เป็น key light หลัก แล้วเสริมด้วยริงไลท์หรือซอฟต์บ็อกซ์เล็กๆ เป็น fill light ช่วยลดเงาด้านตรงข้าม ได้ผลดีกว่าใช้ไฟตัวเดียวในพื้นที่กว้าง
ชุดไฟพร้อม Lantern Softbox 65cm และขาตั้ง ราคาเริ่มต้น 199 บาท — เป็นตัวเลือกงบต่ำที่บทความแนะนำให้คำนวณราคารวมอุปกรณ์เสริมก่อนตัดสินใจ ยอดขาย 77 ชิ้น
ดูสินค้าอ่านต่อ: ไมค์อัดเสียงมือใหม่
จุดที่ต้องระวังก่อนกดสั่งไฟถ่ายคลิปออนไลน์
ไฟถ่ายคลิปราคาถูกในตลาดมีเยอะมาก บางตัวสเปกดูดีบนหน้าร้านแต่ใช้งานจริงแล้วผิดหวัง มีหลายจุดที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจ
ไฟ flicker — ปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่กล้องจับได้
ไฟ LED ราคาถูกบางรุ่นมีปัญหา flicker ที่ตาเปล่าไม่รู้สึกเลย แต่พอถ่ายวิดีโอด้วย shutter speed สูงหรือเปลี่ยน frame rate จะเห็นเป็นแถบมืดวิ่งในคลิป หรือภาพกระพริบไม่สม่ำเสมอ ซึ่งแก้ไขในโพสต์โปรดักชันได้ยากมาก
วิธีเช็กเบื้องต้นก่อนใช้งานจริงคือถ่ายวิดีโอทดสอบด้วย shutter speed สูงกว่าปกติ เช่น 1/1000 แล้วดูในคลิปว่ามีแถบหรือไม่ ถ้าซื้อออนไลน์ ให้เลือกไฟที่ระบุชัดเจนว่า flicker-free หรือดูรีวิวที่มีรูปจากการใช้งานจริงก่อน ไม่ใช่แค่รูปสินค้าจากร้าน
ขาตั้งและอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่ม
นี่คือจุดที่ทำให้งบบานออกโดยไม่ทันตั้งตัว ไฟหลายรุ่นขายตัวไฟแยกจากขาตั้ง หรือขาตั้งที่แถมมาคุณภาพต่ำ ปรับมุมได้น้อย ล้มง่ายเมื่อไฟหนักหรือตั้งสูง ก่อนกดสั่งควรเช็กให้ชัดว่าราคานั้นรวมอะไรมาบ้าง แล้วคำนวณงบรวมทั้งหมดก่อน
สิ่งที่ควรมีในชุดที่ใช้งานได้จริง:
- ขาตั้งที่ปรับความสูงได้อย่างน้อย 150-180 ซม. และล็อกมุมได้มั่นคง
- สายไฟหรือแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดช่วงที่ถ่าย
- diffuser (กรณีแผงไฟ) ถ้าต้องการแสงนุ่มขึ้น
ขาตั้งสแตนเลสสูง 2.8 เมตร สำหรับไฟสตูดิโอ — บทความเตือนให้คำนวณงบรวมอุปกรณ์เสริม ขาตั้งคือต้นทุนที่มักถูกมองข้ามเมื่อดูราคาหน้ากล่องไฟเพียงอย่างเดียว
ดูสินค้าขาตั้งที่ดีช่วยได้มากกว่าที่คิด เพราะการปรับมุมไฟได้แม่นยำส่งผลต่อคุณภาพแสงโดยตรง ขาตั้งที่สั่นหรือหลวมทำให้ต้องเสียเวลาปรับซ้ำทุกครั้งที่ถ่าย
ประกันและศูนย์บริการ — ไฟถ่ายคลิปมีอายุการใช้งาน
LED chip มีอายุการใช้งาน และเมื่อเริ่มเสื่อมแสงจะหรี่ลงหรือสีเพี้ยนออกจากค่าเดิม ถ้าไฟที่ซื้อไม่มีประกันหรือไม่มีศูนย์บริการในไทย เมื่อถึงจุดนั้นก็ต้องซื้อใหม่ทั้งตัว
ก่อนกดสั่ง ให้เช็กสามอย่างนี้ในหน้าสินค้า — ระยะประกันเป็นกี่เดือน, มีช่องทางติดต่อร้านหรือแบรนด์ที่ชัดเจน, และรีวิวที่มีรูปจากผู้ซื้อจริงว่าใช้งานได้นานแค่ไหน ไฟที่มียอดขายสูงและรีวิวมีรูปประกอบน่าเชื่อถือกว่าไฟที่มีรีวิวน้อยแต่คะแนนเต็ม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรระวัง
