CPUWAX ค้นหาสินค้า แบรนด์ หรือหมวดหมู่...ค้นหา
หน้าแรก›บทความ›ติดตั้ง Mesh WiFi บ้าน 2-3 ชั้นให้สัญญาณครอบคลุมทุกมุม โดยไม่ต้องเดินสายใหม่ทั้งบ้าน

ติดตั้ง Mesh WiFi บ้าน 2-3 ชั้นให้สัญญาณครอบคลุมทุกมุม โดยไม่ต้องเดินสายใหม่ทั้งบ้าน

CPUWAX เป็นเว็บรวมข้อมูลและเปรียบเทียบอุปกรณ์ไอที เมื่อคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ของเรา เราอาจได้รับค่าแนะนำจากร้านค้าโดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยน ข้อมูลราคา/สต็อกอัปเดต 27 ต.ค. 2569
ติดตั้ง Mesh WiFi บ้าน 2-3 ชั้นให้สัญญาณครอบคลุมทุกมุม โดยไม่ต้องเดินสายใหม่ทั้งบ้าน

จ่ายค่าเน็ตเดือนละหลายร้อยได้สัญญาณแรง แต่พอขึ้นไปชั้นบนหรือเดินไปมุมห้องนอนสุดท้าย WiFi ก็หายไปเกือบหมด — นี่คือปัญหาที่บ้านผนังคอนกรีตหนาเจอกันเกือบทุกหลัง เราเตอร์ตัวเดียวไม่ว่าจะแพงแค่ไหน กำลังส่งก็สู้ผนัง 20 เซนติเมตรไม่ไหว และ WiFi extender ราคาถูกที่หลายคนลองซื้อมาแก้ก็แค่ขยายสัญญาณอ่อนให้กว้างขึ้น ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

Mesh WiFi แก้ปัญหานี้ได้จริง แต่ถ้าวาง node ผิดจุดหรือเลือกระบบที่ backhaul ไม่แข็งแรงพอ ก็เสียเงินซื้อมาแล้วได้ผลไม่ต่างจาก extender ถูกๆ เดิม ปัญหาอยู่ที่การวางตำแหน่งและการเลือกระบบให้เหมาะกับโครงสร้างบ้าน ไม่ใช่แค่ราคา

ทำไม WiFi ตายชั้นบน และ Mesh แก้ได้ยังไง

ก่อนจะรู้ว่าต้องวาง node ตรงไหน ต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรทำให้สัญญาณหายไปตั้งแต่ต้น — เพราะคำตอบนั้นเป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้ node กี่ตัวและวางแบบไหน

ผนังคอนกรีตและพื้นชั้นกินสัญญาณมากแค่ไหน

คลื่น WiFi ไม่ได้ทะลุผนังได้เท่ากันทุกความถี่ คลื่น 2.4GHz เดินทางได้ไกลกว่าแต่ช้ากว่า ส่วน 5GHz เร็วกว่าแต่หยุดที่ผนังคอนกรีตหนา 20 เซนติเมตรได้เกือบหมด บ้านไทยส่วนใหญ่ก่อด้วยคอนกรีตมวลเบาหรือคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งลดทอนสัญญาณ 5GHz ได้หนักมาก บางจุดสัญญาณหายไปกว่าครึ่งแค่ผ่านผนังชั้นเดียว

พื้นคอนกรีตระหว่างชั้นยิ่งหนักกว่า เพราะมีทั้งเหล็กเสริมและความหนาที่มากกว่าผนังด้านข้าง เราเตอร์ตัวเดียวที่วางชั้นล่างจึงส่งคลื่น 5GHz ขึ้นไปชั้นบนแทบไม่ถึง ส่วน 2.4GHz ที่ขึ้นได้บ้างก็แบนด์วิดท์จำกัด ใช้ดูหนัง 4K หรือประชุมออนไลน์พร้อมกันหลายคนก็สะดุดอยู่ดี

WiFi extender ธรรมดาแก้ไม่ได้จริงเพราะมันรับสัญญาณอ่อนมาก่อน แล้วค่อยกระจายต่อ สัญญาณที่ได้ที่ปลายทางจึงอ่อนกว่าเดิมอยู่ดี เหมือนเทน้ำจากแก้วที่ครึ่งใบใส่แก้วอีกใบ ไม่ได้เพิ่มน้ำขึ้นมาเลย

Mesh ต่างจาก Extender ตรงไหนที่สำคัญ

ระบบ mesh แก้ปัญหานี้ด้วยการให้ node แต่ละตัวคุยกันผ่าน backhaul แยกต่างหาก ไม่ใช่แบ่งคลื่นเดียวกับที่ client ใช้ node ที่อยู่ชั้นบนจึงส่งสัญญาณให้โทรศัพท์หรือแล็ปท็อปได้เต็มกำลัง ไม่ใช่เอาสัญญาณที่รับมาแบบอ่อนๆ มากระจายต่อ

อีกจุดที่ต่างชัดคือ seamless roaming ระบบ mesh ให้ทุก node ใช้ชื่อ WiFi (SSID) เดียวกัน อุปกรณ์จะย้ายไปหา node ที่แรงที่สุดโดยอัตโนมัติตามที่เดิน ไม่ต้องสลับเครือข่ายเอง ต่างจาก extender ที่มักตั้งชื่อแยก หรือถ้าชื่อเดียวกันก็อุปกรณ์ไม่ยอม roaming จนกว่าสัญญาณจะตกมากจนน่าเกลียดแล้ว ใครเคยนั่งทำงานอยู่ชั้นบนแล้วเน็ตหลุดทั้งที่ extender อยู่ใกล้ๆ นั่นคือปัญหานี้


วาง Node ตรงไหนในบ้าน 2-3 ชั้น ให้ครอบคลุมจริง

ตำแหน่ง node คือสิ่งที่กำหนดว่าระบบ mesh จะทำงานได้ดีหรือแย่มากกว่าราคาเราเตอร์ด้วยซ้ำ หลายคนซื้อ mesh แพงมาแล้วยังเน็ตหลุด เพราะวาง node ห่างเกินไปหรือกั้นด้วยผนังหนาโดยไม่รู้ตัว

หลักการวางตำแหน่ง Node ให้ backhaul แข็งแรง

กฎง่ายๆ คือ node แต่ละตัวต้องมองเห็นกันได้ "พอสมควร" ไม่ใช่ผ่านผนังคอนกรีตหนาสองชั้นโดยไม่มีทางผ่าน ระยะที่ดีคือ node คุยกันได้ด้วยสัญญาณระดับกลางถึงแรง ถ้าวางแล้วสัญญาณ backhaul อ่อนมาก ความเร็วที่ client ได้จะตกทันที

จุดที่ต้องเลี่ยงเพราะทำให้ backhaul พังโดยไม่รู้ตัว:

  • วาง node ไว้ในตู้ปิดหรือหลังทีวี สัญญาณถูกกั้นก่อนออกนอกห้องเลย
  • วางบนพื้นหรือซุกใต้โต๊ะ คลื่น WiFi กระจายในแนวนอนได้ดีกว่าแนวดิ่ง ยกให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 1 เมตร
  • วาง node ชิดกับ router หลักเกินไป ครอบคลุมพื้นที่ซ้ำกัน ส่วนที่ไกลออกไปก็ยังไม่ถึง
  • วางในห้องที่ปิดประตูตลอด โดยเฉพาะห้องที่ผนังหนาทุกด้าน

ตำแหน่งที่ดีที่สุดมักอยู่กลางทางระหว่างสองจุดที่ต้องการครอบคลุม และอยู่ในที่โล่ง วางบนชั้นวางของสูงหรือบนเคาน์เตอร์ก็ดีกว่าวางบนพื้น

เคสจริง บ้าน 2 ชั้น ผนังคอนกรีต ใช้ node กี่ตัวพอ

ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นขนาดทั่วไป พื้นที่ประมาณ 100-130 ตร.ม. ส่วนใหญ่ใช้ 2 node ก็พอครอบคลุมได้ดี โดยวาง router หลักชั้นล่างใกล้จุดที่สายจากโมเดมเข้า และวาง node ที่สองชั้นบนตรงกลางพื้นที่ใช้งาน เช่น โถงทางเดินหรือห้องนั่งเล่นชั้นบน

ความพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือวาง node ที่สองไว้ชั้นล่างด้วยกันทั้งคู่ เพราะคิดว่าห้องนั้นสัญญาณอ่อน แต่ที่จริงปัญหาหลักอยู่ที่ชั้นบน การวาง node สองตัวชั้นล่างทำให้ชั้นล่างสัญญาณดีมาก แต่ชั้นบนยังตายเหมือนเดิม ลองเดินขึ้นชั้นบนพร้อมโทรศัพท์แล้วดูว่าสัญญาณตกตรงจุดไหน จุดนั้นคือที่ที่ node ต้องอยู่

#2Xiaomi Mesh System AX3000 NE|Wi-Fi 6 ครอบคลุมบ้านทั้งหลัง|การจับคู่ชุดอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า
Xiaomi Mesh System AX3000 NE|Wi-Fi 6 ครอบคลุมบ้านทั้งหลัง|การจับคู่ชุดอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า
4.4฿1,529ขาย 14

Xiaomi Mesh AX3000 NE ระบบ 2-pack WiFi 6 — เหมาะสำหรับบ้านหลายชั้นที่ต้องวาง node กึ่งกลางตามที่บทความสอน

ดูสินค้า

สำหรับบ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่ใหญ่กว่า หรือมีพื้นที่ยาวมากในแนวนอนด้วย อาจต้องการ 3 node โดยเพิ่มตัวที่สามไว้ส่วนที่ไกลสุดของชั้นบน เช่น ห้องนอนสุดท้ายที่มุมบ้าน

บ้าน 3 ชั้นหรือพื้นที่มากกว่า 200 ตร.ม. ต้องปรับยังไง

บ้าน 3 ชั้นมักต้องการ node อย่างน้อย 3 ตัว กระจายทีละชั้น ไม่ใช่วาง 2 ตัวชั้นล่างแล้วยิงขึ้นชั้น 3 เพราะสัญญาณ backhaul ต้องข้ามพื้นคอนกรีต 2 ชั้น ความเร็วจะตกหนัก

เมื่อไหรที่ควรพิจารณาเดินสาย LAN เป็น wired backhaul คือเมื่อบ้านมีพื้นที่มากกว่า 200 ตร.ม. หรือมีห้องที่ต้องการความเร็วสูงสม่ำเสมอ เช่น ห้องตัดต่อวิดีโอหรือห้องเกม การเดินสาย LAN จาก router หลักไปยัง node แต่ละตัวทำให้ backhaul ใช้ความเร็วเต็ม 1Gbps ขึ้นไปโดยไม่ถูกกวนจากสัญญาณไร้สาย และไม่ต้องกังวลเรื่องผนังกั้น

ถ้าบ้านมีท่อร้อยสายอยู่แล้ว การเดินสาย LAN ทำได้โดยไม่ต้องเจาะผนังใหม่ แต่ถ้าไม่มีท่อ การใช้ wireless backhaul ของระบบ mesh ที่ดีก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในบ้านส่วนใหญ่


เจาะลึกต่อ: switch hub vs access point

เลือกระบบ Mesh ให้คุ้มกับโครงสร้างบ้านและงบที่มี

ระบบ mesh มีหลายระดับราคาและหลายสถาปัตยกรรม ของถูกบางตัวก็ทำงานได้ดีในบ้านขนาดกลาง ของแพงบางตัวก็เกินความจำเป็นสำหรับบ้าน 2 ชั้นธรรมดา — รู้จักตัวแปรสำคัญก่อนจะช่วยประหยัดเงินได้มาก

Tri-band กับ Dual-band ต่างกันยังไงในทางปฏิบัติ

ระบบ tri-band มีคลื่นที่สามแยกไว้สำหรับ backhaul โดยเฉพาะ ทำให้ node ส่งข้อมูลระหว่างกันได้โดยไม่ต้องแย่งแบนด์วิดท์กับอุปกรณ์ที่ใช้งาน ผลที่เห็นชัดคือความเร็วที่ client ได้รับไม่ตกมากแม้ว่า node จะต้องส่งข้อมูลหนักๆ ระหว่างกันพร้อมกัน

ระบบ dual-band ต้องแบ่งคลื่นเดียวกันระหว่าง backhaul และ client ยิ่งมี node หลายตัวยิ่งแย่งกันมาก แต่สำหรับบ้าน 2 ชั้นที่ใช้งานปกติ เปิดเน็ตทำงาน ดูสตรีมมิ่ง ประชุมออนไลน์ — dual-band ที่ดีก็เพียงพอ ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อ tri-band ถ้างบไม่ถึง ความแตกต่างจะชัดขึ้นเมื่อบ้านใหญ่กว่า หรือต้องการ node มากกว่า 3 ตัว

จุดที่ต้องเช็กก่อนซื้อ ไม่ใช่แค่ดูราคาและสเปกบนกล่อง

ตัวเลข "3000Mbps" หรือ "BE6500" บนกล่องคือความเร็วรวมทางทฤษฎีของทุกคลื่นรวมกัน ไม่ใช่ความเร็วที่โทรศัพท์ในบ้านจะได้จริงๆ อย่าเลือกตามตัวเลขนี้เป็นหลัก สิ่งที่ควรดูจริงๆ มีดังนี้:

  • รองรับ wired backhaul ไหม — ถ้าบ้านเดินสาย LAN ได้ในอนาคต ต้องมีพอร์ต LAN บน node ทุกตัว
  • app จัดการใช้งานง่ายแค่ไหน — ระบบที่ตั้งค่าผ่าน app ได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องเข้าหน้าเว็บ admin จะติดตั้งเองได้ง่ายกว่ามาก
  • เพิ่ม node ได้ในอนาคตไหม — บางระบบ node ต้องซื้อเป็น set เดียวกันเท่านั้น บางระบบซื้อเพิ่มได้ทีหลังแบบ node เดี่ยว
  • ประกันศูนย์ไทยกี่ปี — ระบบ mesh ที่มีปัญหาหลังประกันหมดแล้วแก้ยากมาก เพราะ node ทุกตัวทำงานเชื่อมกัน

สเปกที่ดูแล้วไม่ค่อยมีประโยชน์คือตัวเลขจำนวนเสาอากาศ และตัวเลข MU-MIMO บนกล่อง ของจริงที่ใช้ในบ้านทั่วไปแทบไม่เห็นความต่าง


ดูเพิ่มที่: mesh wifi ราคาถูก

ขั้นตอนติดตั้ง Mesh WiFi เองในบ้านโดยไม่เดินสายใหม่

ข้อดีของ mesh คือติดตั้งเองได้โดยไม่ต้องเรียกช่าง ไม่ต้องเจาะผนังเดินสาย — แต่มีลำดับขั้นตอนที่ถ้าทำผิดจะทำให้ระบบทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรก

ลำดับการตั้งค่าที่ถูกต้อง ตั้งแต่เสียบสายจนเน็ตใช้ได้ทั่วบ้าน

สิ่งที่หลายคนพลาดคือเอา node ทุกตัวไปวางตำแหน่งถาวรก่อนที่จะ pair สำเร็จ พอ pair ไม่ติดก็ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ระยะหรือที่การตั้งค่า ลำดับที่ถูกต้องคือ:

1. เชื่อม router หลัก กับโมเดมด้วยสาย LAN แล้วเปิดเครื่อง รอจนไฟสถานะนิ่ง 2. ดาวน์โหลด app ของแบรนด์และตั้งค่า router หลักจนเน็ตใช้งานได้ก่อน 3. นำ node ตัวที่สอง มาวางใกล้ๆ router หลักก่อน (ไม่ใช่ตำแหน่งถาวร) แล้ว pair ผ่าน app จนสำเร็จ 4. หลัง pair สำเร็จแล้ว ค่อยย้าย node ไปตำแหน่งถาวรที่วางแผนไว้ รอสักครู่ให้ระบบ sync ใหม่ 5. ทำซ้ำกับ node ตัวถัดไปทีละตัว

ทำไมต้อง pair ใกล้ๆ ก่อน เพราะบางระบบต้องการสัญญาณแรงในขั้น pair ครั้งแรก ถ้าวางไกลเกินแล้วสัญญาณอ่อน node อาจ pair ไม่ติดหรือ pair ได้แต่ไม่เสถียร

ปัญหาที่เจอบ่อยหลังติดตั้ง และวิธีแก้เบื้องต้น

ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดหลังติดตั้งเสร็จและแก้ได้เองโดยไม่ต้องโทรหา support:

  • Node ไม่ยอม pair — ลองย้าย node มาใกล้ router หลักก่อน ถ้า pair ได้แสดงว่าระยะเดิมไกลเกิน ต้องหาตำแหน่งกึ่งกลางใหม่
  • สัญญาณยังตายบางมุม — เปิด app ดูว่า node ที่ใกล้มุมนั้นสัญญาณ backhaul แรงแค่ไหน ถ้าอ่อนมากให้ขยับ node เข้ามาใกล้ router หลักสักนิด แล้ววัดสัญญาณที่มุมอีกครั้ง
  • อุปกรณ์ไม่ยอม roaming ไปหา node ที่ใกล้กว่า — ปัญหานี้มักเกิดกับโทรศัพท์รุ่นเก่าที่ยึดติดกับ node เดิมแม้สัญญาณจะอ่อนแล้ว แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการปิด WiFi แล้วเปิดใหม่ หรือถ้าเกิดบ่อยให้ลองเปิดฟีเจอร์ "band steering" หรือ "roaming assist" ใน app ของระบบ mesh นั้น

สิ่งที่ไม่ควรทำเองถ้าไม่แน่ใจคือการยุ่งกับการตั้งค่า IP หรือ DHCP ในหน้า admin โดยไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร ระบบ mesh ส่วนใหญ่ตั้งค่าเหล่านี้ให้อัตโนมัติอยู่แล้ว การไปแก้เองโดยไม่เข้าใจมักทำให้ node คุยกันไม่ได้และต้องรีเซ็ตทั้งระบบ

ก่อนกดสั่ง วัดบ้านตัวเองก่อน

ถ้าจะเริ่มวันนี้ ทำแค่นี้ก่อน — เปิด app วัดสัญญาณ WiFi (ใช้ WiFi Analyzer ฟรีบน Android หรือ Airport Utility บน iOS) แล้วเดินไปมุมที่เน็ตอ่อนที่สุดในบ้าน จดตำแหน่งนั้นไว้ นั่นคือจุดที่ node ตัวที่สองต้องครอบคลุมถึง จากนั้นค่อยวัดระยะจากจุดนั้นย้อนกลับมาหา router หลัก — node ต้องวางกึ่งกลางระหว่างสองจุดนั้น ไม่ใช่วางชิดกับ router หลัก ทำขั้นนี้เสร็จแล้วค่อยเลือกรุ่นและซื้อ จะได้ไม่ต้องซื้อซ้ำเพราะวางผิดจุดแล้วสัญญาณยังไม่ถึง

ดูสินค้าและคู่มือทั้งหมดได้ที่ CPUWAX

คำถามที่พบบ่อย

Mesh WiFi บ้านผนังคอนกรีตหนาใช้ได้จริงไหม หรือต้องเดินสาย

ใช้ได้ แต่ต้องวาง node ให้ถี่พอ ผนังคอนกรีตหนากินสัญญาณมากโดยเฉพาะคลื่น 5GHz ถ้าบ้านผนังหนาทุกห้อง อาจต้องใช้ node มากกว่าบ้านทั่วไป 1 ตัว หรือพิจารณาเดินสาย LAN เป็น wired backhaul ระหว่างชั้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า

Mesh WiFi กับ WiFi Extender ต่างกันยังไง ซื้อตัวไหนคุ้มกว่า

Extender ทวนสัญญาณเดิมที่รับมาได้ ถ้าสัญญาณต้นทางอ่อนอยู่แล้วก็ขยายความอ่อนออกไป และอุปกรณ์ต้องสลับ network เองเมื่อเดินข้ามจุด Mesh ใช้ระบบ backhaul แยกต่างหาก node แต่ละตัวส่งสัญญาณเต็มกำลัง และ roaming อัตโนมัติ ถ้าบ้านมีหลายชั้นหรือหลายห้อง mesh คุ้มกว่าในระยะยาวชัดเจน

บ้าน 2 ชั้นต้องใช้ Mesh node กี่ตัว

บ้านทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ไม่เกิน 150-180 ตร.ม. ส่วนใหญ่ใช้ 2 node ได้พอ วาง 1 ตัวชั้นล่างใกล้ modem และอีก 1 ตัวชั้นบนกลางบ้าน ถ้าบ้านยาวหรือมีห้องมุมที่ไกลมากอาจต้องเพิ่มเป็น 3 node

Tri-band Mesh จำเป็นไหม หรือ Dual-band ก็พอสำหรับบ้านทั่วไป

Dual-band พอสำหรับบ้านที่ใช้งานทั่วไป ดูหนัง ประชุมออนไลน์ และอุปกรณ์ไม่เกิน 20-30 ชิ้น Tri-band คุ้มขึ้นเมื่อมีอุปกรณ์เยอะ สตรีมมิ่ง 4K หลายจุดพร้อมกัน หรือต้องการ backhaul แข็งแรงโดยไม่เดินสาย LAN

ติดตั้ง Mesh WiFi เองได้ไหม หรือต้องเรียกช่าง

ติดตั้งเองได้ทุกแบรนด์หลัก มี app guide ทีละขั้น ไม่ต้องเดินสายใหม่ถ้าใช้ wireless backhaul ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกิน 30-60 นาที จุดที่ต้องระวังคือ pair node ในตำแหน่งชั่วคราวใกล้ router หลักก่อน แล้วค่อยย้ายไปตำแหน่งถาวร ไม่ใช่ตั้งในตำแหน่งถาวรตั้งแต่แรก

สินค้าแนะนำในหมวดนี้

ดูทั้งหมด ›
Upliftish สาย LAN Gigabit Ethernet กลางแจ้ง CAT6 UTP 10/15/20/30/40/50/60/80/100M-31%
Upliftish สาย LAN Gigabit Ethernet กลางแจ้ง CAT6 UTP 10/15/20/30/40/50/60/80/100M
฿109 ฿159
4.92 · ขาย 1K+
เราเตอร์ใส่ซิม 5G Router Wifi 300 Mbps 2.4Ghz ใช้ได้กับซิมทุกเครือข่าย เสียบใช้เลย ไม่ต้องติดตั้ง รับประกัน 3 ปี-47%
เราเตอร์ใส่ซิม 5G Router Wifi 300 Mbps 2.4Ghz ใช้ได้กับซิมทุกเครือข่าย เสียบใช้เลย ไม่ต้องติดตั้ง รับประกัน 3 ปี
฿642 ฿1,218
4.76 · ขาย 624
ตัวรับสัญญาณ WiFi USB ดูอัลแบนด์ 5.0G-1300M 5.0G + 2.4GHz Speed1200Mbps USB3.0-71%
ตัวรับสัญญาณ WiFi USB ดูอัลแบนด์ 5.0G-1300M 5.0G + 2.4GHz Speed1200Mbps USB3.0
฿175 ฿599
4.79 · ขาย 498
HOCO HI34 ตัวรับสัญญาณ WiFi6 USB 5GHz ความเร็ว 600Mbps แบบเสาคู่ Adapter ยูเอสบีไวไฟ Wireless Network Card hc5-74%
Hoco.
HOCO HI34 ตัวรับสัญญาณ WiFi6 USB 5GHz ความเร็ว 600Mbps แบบเสาคู่ Adapter ยูเอสบีไวไฟ Wireless Network Card hc5
฿270 ฿1,020
4.92 · ขาย 456
(Cat6)สายแลน Lan Cat6 10/100/1000 รองรับ Internet ระดับกิ๊กกะบิต 1Gbps ใช้งานได้จริง วิ่งเต็มสเปก-46%
(Cat6)สายแลน Lan Cat6 10/100/1000 รองรับ Internet ระดับกิ๊กกะบิต 1Gbps ใช้งานได้จริง วิ่งเต็มสเปก
฿63 ฿116
4.88 · ขาย 387
Tenda 4G03 Pro เราเตอร์ใส่ซิม 4G LTE CAT4 WiFi 300Mbps รองรับทุกเครือข่าย Plug & Play รับประกัน 3 ปี-8%
Tenda
Tenda 4G03 Pro เราเตอร์ใส่ซิม 4G LTE CAT4 WiFi 300Mbps รองรับทุกเครือข่าย Plug & Play รับประกัน 3 ปี
฿1,290 ฿1,399
4.9 · ขาย 365
Idigital สายอินเตอร์เน็ต CAT8 Ethernet Cable สายแลน RJ45 40Gbps 2000MHz สัญญาณรวดเร็วและเสถียร-33%
Idigital
Idigital สายอินเตอร์เน็ต CAT8 Ethernet Cable สายแลน RJ45 40Gbps 2000MHz สัญญาณรวดเร็วและเสถียร
฿77 ฿115
4.94 · ขาย 282
เราเตอร์ใส่ซิม เราเตอร์ 4G/5G Router WiFi 300 Mbps 2.4Ghz ใช้ได้กับซิมทุกเครือข่าย เสียบใช้เลย-47%
เราเตอร์ใส่ซิม เราเตอร์ 4G/5G Router WiFi 300 Mbps 2.4Ghz ใช้ได้กับซิมทุกเครือข่าย เสียบใช้เลย
฿709 ฿1,330
4.79 · ขาย 230

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไปหมวด เน็ตเวิร์ก & WiFi