ทำไม Ink Tank ถึงหัวตันง่ายกว่าที่คิด
ก่อนจะแก้ปัญหาได้ ต้องรู้ก่อนว่าหัวพิมพ์อุดตันเกิดจากอะไร — เพราะสาเหตุต่างกัน วิธีแก้ก็ต่างกัน
หมึกแห้งในหัวพิมพ์ เมื่อไม่ได้ปริ้นนาน
หัวพิมพ์ของ ink tank มีช่องหมึกขนาดเล็กมากที่หมึกต้องไหลผ่านทุกครั้งที่ปริ้น ถ้าทิ้งเครื่องไว้โดยไม่ได้ใช้งาน หมึกที่ค้างอยู่ในช่องนั้นจะค่อยๆ ระเหยและแห้งแข็งตัว
สภาพอากาศยิ่งทำให้แย่ขึ้น ห้องที่เปิดแอร์ตลอดวันอากาศแห้งมาก หมึกระเหยเร็วกว่าห้องปกติ ส่วนห้องที่ร้อนก็เร่งให้หมึกแข็งตัวเร็วขึ้นเช่นกัน ทิ้งไว้สองสามสัปดาห์โดยไม่ปริ้นเลย บางรุ่นเริ่มมีปัญหาให้เห็นแล้ว
ปริ้นน้อยเกินไปก็พัง ปริ้นมากเกินไปก็เสื่อม
ink tank มี sweet spot ของการใช้งานที่ชัดเจน ถ้าปริ้นน้อยเกินไปหมึกแห้งตันตามที่อธิบายไปแล้ว แต่ถ้าปริ้นหนักมากในระยะสั้น หัวพิมพ์ก็เสื่อมเร็วเช่นกัน เพราะหัวพิมพ์มีอายุการใช้งานจำกัดทั้งในแง่จำนวนหน้าและเวลา
เครื่องส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ปริ้นสม่ำเสมอในปริมาณพอเหมาะ ไม่ใช่ปริ้นทีเดียวเป็นร้อยหน้าแล้วทิ้งไว้เดือน — แบบหลังนี้คือสูตรสั้นอายุหัวพิมพ์ที่เร็วที่สุด
สัญญาณที่บอกว่าหัวพิมพ์เริ่มมีปัญหา
ถ้าสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้รีบจัดการก่อนที่จะแก้ยากขึ้น:
- ปริ้นออกมาขาดเป็นแถบแนวนอน ทั้งที่หมึกยังมีอยู่ในถัง
- สีเพี้ยนผิดปกติ เช่น ที่ควรเป็นสีน้ำเงินออกมาเป็นสีม่วงหรือเขียว
- ภาพปริ้นจางลงเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนการตั้งค่า
- มีเส้นขาวพาดผ่านงานพิมพ์เป็นแนวตรง
อาการเหล่านี้บอกว่าช่องหมึกบางช่องเริ่มอุดตันแล้ว ยังแก้ได้ด้วยตัวเองในขั้นนี้ แต่ถ้าปล่อยไว้จนปริ้นไม่ออกเลยหรือสีหายไปทั้งสี โอกาสแก้เองได้ยากขึ้นมาก
วิธีแก้หัวพิมพ์ตันที่ทำเองได้ก่อนส่งศูนย์
หลายกรณีแก้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเสียค่าซ่อม — แต่ต้องทำให้ถูกขั้นตอนและรู้ว่าเมื่อไหรควรหยุดแล้วส่งช่าง
ใช้ฟังก์ชัน Head Cleaning ในซอฟต์แวร์เครื่องก่อนเสมอ
ทุกเครื่อง ink tank มาพร้อม driver ที่มีฟังก์ชัน Head Cleaning หรือ Nozzle Check อยู่แล้ว นี่คือจุดแรกที่ต้องลองก่อนทำอย่างอื่นทั้งหมด เพราะเครื่องจะดูดหมึกผ่านหัวพิมพ์แรงๆ เพื่อดันสิ่งอุดตันออก
วิธีใช้ทำตามลำดับนี้:
1. เปิดซอฟต์แวร์ printer ใน Windows/Mac แล้วหาเมนู Maintenance หรือ Tools 2. รัน Nozzle Check ก่อนเพื่อดูว่าช่องไหนมีปัญหา 3. รัน Head Cleaning 1 รอบ แล้วรอให้เสร็จสมบูรณ์ 4. รัน Nozzle Check อีกครั้งเพื่อเทียบผล 5. ถ้ายังไม่ดีขึ้น รัน Head Cleaning รอบที่ 2 แล้วหยุด
อย่ารัน Head Cleaning เกิน 2-3 รอบติดกัน เพราะแต่ละรอบใช้หมึกจำนวนมากและดันน้ำหมึกเข้าแผ่นซับหมึกด้านล่าง แผ่นซับหมึกเต็มเร็วขึ้นเท่าไหร่ก็เข้าใกล้ error "pad full" ที่ต้องส่งศูนย์เปลี่ยนเร็วขึ้นเท่านั้น
ล้างหัวพิมพ์ด้วยน้ำยาล้างหัวพิมพ์ — ทำได้แต่ต้องระวัง
สำหรับเครื่องที่ถอดหัวพิมพ์ออกได้ (บางรุ่นเท่านั้น เช่น HP Smart Tank บางรุ่น) การแช่หัวพิมพ์ด้วยน้ำยาล้างหัวพิมพ์โดยเฉพาะช่วยละลายหมึกที่แห้งแข็งได้ผลดีกว่า Head Cleaning ในซอฟต์แวร์สำหรับกรณีที่อุดตันหนัก
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ: ใช้เฉพาะน้ำยาล้างหัวพิมพ์ที่ออกแบบมาสำหรับงานนี้โดยตรง ห้ามใช้น้ำเปล่า แอลกอฮอล์ทั่วไป หรือทินเนอร์เด็ดขาด เพราะทำลายหัวพิมพ์ได้ถาวร และก่อนแตะหัวพิมพ์ต้องระวังไฟฟ้าสถิตย์ — แตะโลหะที่ต่อดินก่อนหยิบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทุกครั้ง
น้ำยาล้างหัวพิมพ์ 500ml ใช้ได้กับปริ้นเตอร์ทุกรุ่น — ตรงกับวิธีแก้หัวตันที่บทความแนะนำให้รัน head cleaning ก่อนส่งศูนย์
ดูสินค้าสำคัญมากคือต้องเช็กก่อนว่าเครื่องรุ่นที่ใช้อยู่ถอดหัวพิมพ์เองได้ไหมโดยไม่เสียประกัน เครื่องหลายรุ่นโดยเฉพาะ Epson EcoTank ออกแบบให้หัวพิมพ์ติดอยู่กับตัวเครื่องถาวร ถ้าแกะออกเองแล้วทำพังหรือเสียประกัน ค่าซ่อมบานปลายได้ง่ายมาก
น้ำยาล้างหัวพิมพ์ 500ml สูตรเข้มข้นนำเข้าจากเกาหลี — ทางเลือกที่สองสำหรับการล้างหัวพิมพ์ตันตามขั้นตอนที่บทความอธิบาย
ดูสินค้าเมื่อไหรควรส่งศูนย์ แทนที่จะแก้เอง
มีสัญญาณที่ชัดว่าถึงเวลาต้องส่งช่างแล้ว อย่าฝืนแก้เองต่อเพราะเสียทั้งเวลาและหมึก:
ถ้ารัน Head Cleaning ไปแล้ว 2-3 รอบ แล้วผล Nozzle Check ยังไม่ดีขึ้นเลย นั่นหมายความว่าหมึกแห้งแข็งเกินกว่าซอฟต์แวร์จะดันออกได้ ถ้าปริ้นขาดทั้งสีใดสีหนึ่งหมดเลยไม่ใช่แค่ขาดเป็นแถบ หรือถ้าขึ้น error "Ink Pad Full" หรือ "Service Required" — ทั้งหมดนี้ต้องส่งศูนย์
จุดที่ต้องคิดให้ดีคือราคาค่าซ่อม บางกรณีค่าเปลี่ยนหัวพิมพ์หรือแผ่นซับหมึกอยู่ที่ 1,500-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่น ถ้าเครื่องอายุเกิน 4-5 ปีแล้ว ให้คำนวณเทียบกับราคาเครื่องใหม่ก่อนตัดสินใจซ่อม
หัวพิมพ์ HP X4E75AA สำหรับ Smart Tank Series — ชิ้นส่วนแทนที่เมื่อการล้างหัวพิมพ์ไม่ได้ผลตามที่บทความเตือน
ดูสินค้าป้องกันหัวตันตั้งแต่ต้น ด้วยนิสัยการใช้งานที่ถูก
ปัญหาหัวตันส่วนใหญ่ป้องกันได้ง่ายกว่าแก้ — แค่เปลี่ยนนิสัยการใช้งานเล็กน้อย
ปริ้นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แม้แค่หน้าทดสอบ
นิสัยเดียวที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเจ้าของ ink tank คือปริ้นอะไรก็ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ไม่ต้องรอมีงานจริง แค่รัน Nozzle Check จากซอฟต์แวร์เครื่องก็พอ ใช้หมึกไม่มากแต่ทำให้หมึกไหลเวียนผ่านหัวพิมพ์ทุกช่องสม่ำเสมอ
นิสัยนี้ยืดอายุหัวพิมพ์ได้จริง เพราะหมึกที่ไหลเวียนอยู่ตลอดจะไม่มีโอกาสค้างและแห้งแข็งในช่องหมึก เทียบกับค่าซ่อมหัวพิมพ์หลักพัน การปริ้นหน้าทดสอบสัปดาห์ละครั้งคือการลงทุนที่คุ้มที่สุดในบรรดาวิธีทั้งหมด
ปิดเครื่องด้วยปุ่ม ไม่ใช่ถอดปลั๊กตรงๆ
เรื่องนี้หลายคนมองข้าม แต่ส่งผลต่ออายุหัวพิมพ์โดยตรง เมื่อกดปุ่ม Power เพื่อปิดเครื่อง เครื่องจะใช้เวลาสักครู่ดึงหัวพิมพ์กลับเข้าตำแหน่ง Park ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีฝาปิดผนึกหัวพิมพ์ไว้ ป้องกันหมึกสัมผัสอากาศโดยตรง
ถ้าถอดปลั๊กตรงๆ หรือกดปิดจากปลั๊กพ่วงโดยไม่กดปุ่มที่เครื่องก่อน หัวพิมพ์จะค้างอยู่กลางอากาศ หมึกในช่องเล็กๆ จะระเหยเร็วกว่าปกติมาก ทำแบบนี้ซ้ำหลายครั้งก็สะสมเป็นปัญหาหัวตันได้โดยไม่รู้ตัว
Ink Tank คุ้มจริงไหม ถ้าปริ้นน้อยกว่าเดือนละ 30 หน้า
ราคาหมึกถูกกว่าจริง แต่ตัวเลขนั้นมีเงื่อนไขที่ร้านขายมักไม่บอก — คำนวณให้ดูก่อนตัดสินใจ
ต้นทุนจริงที่ต้องนับรวม ไม่ใช่แค่ราคาหมึก
ตัวเลข "ต้นทุนต่อหน้าถูกกว่า" ของ ink tank คำนวณจากสมมติฐานว่าคุณใช้หมึกจนหมดขวดและปริ้นในปริมาณที่มากพอ ถ้าปริ้นน้อยมาก ต้นทุนที่ต้องนับรวมมีมากกว่าแค่ราคาหมึก:
- ราคาเครื่อง: ink tank เริ่มต้น 7,000-9,000 บาท สูงกว่า inkjet แบบตลับที่เริ่มต้น 2,000-3,000 บาท อย่างชัดเจน
- ค่าซ่อมหัวพิมพ์: ถ้าปริ้นน้อยจนหัวตัน ค่าซ่อมอยู่ที่ 1,500 บาทขึ้นไป ต่อครั้ง
- หมึกที่เสียไปกับ Head Cleaning: แต่ละรอบ Head Cleaning ใช้หมึกพอสมควร ถ้าต้องรันบ่อยเพราะหัวตันซ้ำ ต้นทุนหมึกเพิ่มโดยไม่ได้ปริ้นงานจริง
เทียบกับ เครื่อง laser ที่ไม่มีปัญหาหัวพิมพ์ตัน ทนทานต่อการทิ้งไว้นาน และต้นทุนต่อหน้าสำหรับงานขาวดำอยู่ในระดับที่แข่งได้ สำหรับคนที่ปริ้นน้อยกว่าเดือนละ 30 หน้า laser อาจถูกกว่าในระยะยาวแม้ตลับหมึกแพงกว่า
Brother DCP-T730DW เป็น Ink Tank All-in-One พร้อมหมึกแท้ — ตัวอย่างเครื่อง ink tank ที่บทความเตือนว่าต้องใช้สม่ำเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงหัวตัน
ดูสินค้าHP Smart Tank 750 AIO มี WiFi และพิมพ์ 2 หน้าอัตโนมัติ — เครื่อง ink tank ระดับกลางที่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ปริ้นสม่ำเสมอ
ดูสินค้าใครที่ ink tank เหมาะจริง และใครที่ควรมองตัวเลือกอื่น
ink tank คุ้มจริงสำหรับคนที่ปริ้นสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งและมีปริมาณพอสมควร เช่น งานออฟฟิศที่ปริ้นเอกสารทุกวัน ธุรกิจขนาดเล็กที่ปริ้นใบเสร็จหรือเอกสารลูกค้าเป็นประจำ หรือบ้านที่มีเด็กนักเรียนที่ต้องปริ้นงานบ่อย — กลุ่มนี้ได้ประโยชน์จากต้นทุนหมึกต่ำจริงๆ
Epson EcoTank L5290 เป็น Ink Tank ที่มี WiFi และฟังก์ชันครบครัน — ตัวอย่างเครื่อง ink tank ที่ต้องปริ้นสม่ำเสมอตามที่บทความเตือน
ดูสินค้าแต่ถ้าปริ้นนานๆ ครั้ง บางเดือนไม่ได้ปริ้นเลย หรือปริ้นเฉลี่ยไม่ถึง 10-15 หน้าต่อเดือน — ให้คิดใหม่ ทางเลือกที่ประหยัดกว่าจริงคือ เครื่อง laser ขาวดำราคาไม่แพงสำหรับงานเอกสารทั่วไป หรือใช้บริการปริ้นนอกสำหรับงานที่ต้องการสีและปริมาณน้อย ไม่ต้องแบกค่าซ่อมหัวพิมพ์และความเสี่ยงเลย
อ่านคู่กัน: ปริ้นเตอร์บ้าน inkjet laser
