Raspberry Pi 5 ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของคอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยว (Single Board Computer) ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยขุมพลังจากหน่วยประมวลผล Broadcom BCM2712 Quad-core Arm Cortex-A76 ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 2.4GHz ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมเหนือกว่า Raspberry Pi 4 อย่างเห็นได้ชัดเจน สำหรับคนที่เคยใช้ Pi รุ่นก่อนๆ จะสัมผัสได้ถึงความลื่นไหลที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการรันระบบปฏิบัติการ การประมวลผลข้อมูล หรือการทำงานที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงขึ้น การเลือกใช้ Pi 5 จึงตอบโจทย์โปรเจกต์ที่ต้องการพลังประมวลผลที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงาน IoT ที่ซับซ้อนขึ้น ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในงาน AI หรือ Edge Computing ที่ต้องการความเร็วในการตอบสนอง
จุดเด่นของ Raspberry Pi 5 ไม่ได้มีแค่เรื่องประสิทธิภาพ แต่ยังรวมถึงความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวประเภทนี้ ตัวบอร์ดรองรับการเชื่อมต่อพื้นฐานครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Gigabit Ethernet สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูง, Wi-Fi Dual-band (2.4GHz / 5GHz) และ Bluetooth 5.0 พร้อม Bluetooth Low Energy (BLE) สำหรับการเชื่อมต่อไร้สาย นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB 3.0 สองพอร์ต และ USB 2.0 อีกสองพอร์ต ซึ่งเพียงพอสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงส่วนใหญ่ที่จำเป็น
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการรองรับ NVMe SSD ผ่าน PCIe 2.0 x1 ซึ่งต้องใช้ HAT (Hardware Attached on Top) ที่รองรับฟังก์ชันนี้ การเพิ่ม SSD เข้าไปจะช่วยให้การบูตระบบและการจัดเก็บข้อมูลรวดเร็วขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับโปรเจกต์ที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลสูง หรือต้องการรันระบบปฏิบัติการจาก SSD โดยตรงเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า microSD Card ทั่วไป นอกจากนี้ยังรองรับการแสดงผลผ่าน Dual Micro HDMI สูงสุด 4Kp60 พร้อม HDR และมี MIPI CSI/DSI สำหรับเชื่อมต่อกล้องและจอแสดงผลเฉพาะทาง รวมถึง GPIO 40 ขาที่ยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเซ็นเซอร์ต่างๆ ทำให้ Pi 5 เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างสำหรับการสร้างสรรค์และพัฒนาโปรเจกต์ที่หลากหลาย
Raspberry Pi 5 มีตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการของโปรเจกต์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่มี RAM 1GB, 2GB หรือ 4GB ซึ่ง RAM เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อต้องรันหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน หรือทำงานที่ต้องใช้หน่วยความจำสูง การเลือก RAM ที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพ
สำหรับผู้ที่มีอุปกรณ์เสริมอยู่แล้ว สามารถเลือกซื้อเฉพาะบอร์ด Raspberry Pi 5 ได้เลย แต่สำหรับผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการเริ่มต้นใช้งาน ก็มีตัวเลือก Raspberry Pi 5 Ori Kit ที่มาพร้อมอุปกรณ์จำเป็นครบชุด ซึ่งประกอบด้วยตัวบอร์ด Raspberry Pi 5 (RAM ตามรุ่นที่เลือก), Raspberry Pi Case, Raspberry Pi Active Cooler, Raspberry Pi 27W USB-C Power Supply และ microSD Card 64GB ที่ติดตั้ง Raspberry Pi OS มาให้เรียบร้อยแล้ว ชุด Ori Kit นี้ช่วยให้สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์แยก ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการความง่ายและรวดเร็วในการประกอบและติดตั้ง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบรายละเอียดของอุปกรณ์ภายในชุดอีกครั้ง เนื่องจากอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามรุ่น RAM ที่เลือก
Raspberry Pi 5 เหมาะสำหรับผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษาที่กำลังเรียนรู้การเขียนโปรแกรมและอิเล็กทรอนิกส์, นักพัฒนาโปรเจกต์ IoT, Robotics, AI, Home Automation ไปจนถึงผู้ที่ต้องการสร้าง Media Center หรือใช้ในงาน Edge Computing ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยความสามารถในการประมวลผลที่ดีขึ้นและการเชื่อมต่อที่ครบครัน ทำให้ Pi 5 เป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆ การเลือกใช้ Pi 5 จะช่วยให้คุณสามารถผลักดันขีดจำกัดของโปรเจกต์ไปได้ไกลกว่าเดิม ด้วยความเสถียรและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้
Raspberry Pi 5 มี RAM ให้เลือก 3 ขนาด คือ 1GB, 2GB และ 4GB ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการใช้งานและงบประมาณ
Ori Kit เป็นชุดพร้อมใช้งานที่ประกอบด้วย Raspberry Pi 5 (RAM ตามรุ่นที่เลือก), เคส, พัดลมระบายความร้อนแบบ Active Cooler, อะแดปเตอร์ 27W USB-C และ microSD Card 64GB ที่ติดตั้ง Raspberry Pi OS มาให้แล้ว ในขณะที่ Raspberry Pi 5 (เฉพาะบอร์ด) จะได้แค่ตัวบอร์ดเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอุปกรณ์เสริมอยู่แล้ว
รองรับการเชื่อมต่อ NVMe SSD ผ่าน PCIe 2.0 x1 แต่ต้องใช้ HAT (Hardware Attached on Top) ที่รองรับฟังก์ชันนี้เพิ่มเติม
Raspberry Pi 5 เหมาะสำหรับงานหลากหลายประเภท เช่น IoT, Robotics, AI, Home Automation, Media Center, Edge Computing และการพัฒนา Embedded System ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและการเชื่อมต่อที่ครบครัน
Raspberry Pi 5 มีพอร์ต USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต และ USB 2.0 จำนวน 2 พอร์ต
ข้อมูลสเปกรวบรวมจากหน้าร้านค้าและเอกสารผู้ผลิต เรียบเรียงโดยทีมที่ประกอบคอมและทดสอบฮาร์ดแวร์ใช้เองจริง
หมายเหตุ: คะแนน ★ 4.96 และยอดขาย 61 เป็นข้อมูลรีวิวจากผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มร้านค้า ไม่ใช่บทวิจารณ์ของ CPUWAX