| คุณสมบัติ | ไร้สาย |
สำหรับเกมเมอร์ที่มองหาเมาส์คู่ใจที่ทั้งเบา ทนทาน และตอบสนองฉับไว GravaStar Mercury M1 Pro คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์แบบ hollowed-out ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักให้เหลือเพียง 88 กรัม แต่ยังโดดเด่นสะดุดตาและช่วยระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ทำให้มือไม่รู้สึกอับชื้นแม้จะเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน วัสดุโครงชั้นนอกที่ผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานหนักและบ่อยครั้งอย่างเมาส์เกมมิ่ง การเลือกใช้วัสดุพรีเมียมเช่นนี้สะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพและความคงทน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เกมเมอร์มักจะพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ
หัวใจสำคัญของเมาส์เกมมิ่งคือประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ และ GravaStar Mercury M1 Pro ก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยเซ็นเซอร์ PAW3395 ที่มีความไวสูง ทำให้การเลื่อนเมาส์เป็นไปอย่างลื่นไหลและแม่นยำ พร้อมอัตรา Polling rate สูงสุดถึง 4000 Hz ซึ่งหมายถึงการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเป็นพิเศษ ช่วยให้ทุกการคลิกและการเคลื่อนไหวของคุณถูกส่งไปยังเกมได้ทันทีโดยแทบไม่มีความหน่วง นอกจากนี้ยังรองรับการคลิกได้มากถึง 50 ล้านครั้ง ซึ่งบ่งบอกถึงความทนทานของสวิตช์ภายในที่พร้อมรับมือกับการใช้งานหนักหน่วงของเกมเมอร์ การตั้งค่า DPI ที่ปรับได้สูงสุดถึง 26,000 ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับความละเอียดในการเคลื่อนไหวของเมาส์ให้เข้ากับสไตล์การเล่นเกมและความละเอียดของหน้าจอได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการเล็งเป้าหมายที่ต้องการความละเอียดสูง หรือการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในเกม FPS ที่ต้องใช้ DPI สูง ๆ ก็สามารถทำได้อย่างไร้ปัญหา และด้วยแรงเร่งสูงสุด 50 เท่าของแรงโน้มถ่วง ทำให้เมาส์สามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว แม้จะยกเมาส์ขึ้นจากแผ่นรองเมาส์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับเกมเมอร์ที่ใช้เทคนิคการยกเมาส์เพื่อปรับตำแหน่ง
GravaStar Mercury M1 Pro มาพร้อมกับเทคโนโลยีไร้สาย TUROSPEED ที่ให้ความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบไร้สายผ่าน Wi-Fi 2.4G ด้วย Dongle ที่ใช้งานได้นานถึง 146 ชั่วโมง หรือผ่านบลูทูธที่ใช้งานได้นานถึง 200 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้งานแบบมีสายได้อีกด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องการชาร์จแบตเตอรี่หรือเมื่อต้องการความเสถียรสูงสุดในการแข่งขันที่สำคัญ การมีตัวเลือกการเชื่อมต่อที่หลากหลายเช่นนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความชอบส่วนตัวได้ การปรับแต่งการใช้งานก็ทำได้อย่างสะดวกสบายด้วยปุ่มตั้งโปรแกรม 5 ปุ่ม และซอฟต์แวร์ Mercury ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้คุณสามารถตั้งค่ามาโคร, DPI และปรับแต่งการใช้งานของปุ่มต่างๆ ให้ตรงกับรูปแบบการเล่นเกมของคุณได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าคำสั่งซับซ้อน หรือการปรับปุ่มให้เข้ากับเกมแต่ละประเภท ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ แสงไฟ GLOWSYNC RGB ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระถึง 5 โหมด ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศและความตื่นเต้นให้กับการเล่นเกมของคุณ และยังสามารถปรับให้เข้ากับสไตล์การจัดโต๊ะคอมพิวเตอร์ของคุณได้อีกด้วย การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้เข้ากับทุกรูปมือยังช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเล่นเกมได้นานโดยไม่เมื่อยมือ พร้อมปุ่มกดที่ได้รับการปรับปรุง เพื่อให้ทุกคลิกมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องใช้เมาส์เป็นเวลานาน
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ GravaStar Mercury M1 Pro สิ่งสำคัญคือการพิจารณาว่ารุ่นที่คุณเลือกมาพร้อมกับตัวรับสัญญาณแบบใด เนื่องจาก M1 Pro Gunmetal Gray จะมาพร้อมกับตัวรับสัญญาณ 1K ในขณะที่ M1 Pro Battle-Worn Silver Mist จะมาพร้อมกับตัวรับสัญญาณทั้ง 1K และ 4K ซึ่ง Polling rate สูงสุด 4000 Hz จะใช้งานได้กับตัวรับสัญญาณ 4K เท่านั้น หากคุณต้องการใช้งาน Polling rate สูงสุดเพื่อประสิทธิภาพการตอบสนองที่เหนือกว่า ควรเลือกรุ่นที่มาพร้อมกับตัวรับสัญญาณ 4K หรือตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวเลือกสีที่คุณสนใจมีตัวรับสัญญาณ 4K ให้มาด้วย การรับประกัน 1 ปีจากศูนย์ไทยยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว หากเกิดปัญหาใดๆ ก็สามารถส่งเคลมได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด การพิจารณาดีไซน์แบบ hollowed-out ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน แม้จะช่วยเรื่องน้ำหนักและการระบายอากาศ แต่บางคนอาจไม่คุ้นชินกับผิวสัมผัสหรืออาจกังวลเรื่องการทำความสะอาดฝุ่นที่อาจเข้าไปภายในได้ง่ายกว่าเมาส์แบบปิดทึบ อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นเกมเมอร์ที่ให้ความสำคัญกับน้ำหนักที่เบา ประสิทธิภาพการตอบสนองที่สูง และดีไซน์ที่โดดเด่น GravaStar Mercury M1 Pro ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
เมาส์ GravaStar Mercury M1 Pro มีน้ำหนักเบาเพียง 88 กรัม
เมาส์ใช้เซ็นเซอร์ PAW3395 และมี Polling rate สูงสุด 4000 Hz ซึ่งจะใช้งานได้กับตัวรับสัญญาณ 4K
สามารถเชื่อมต่อได้ 3 แบบ คือ ไร้สายผ่าน Wi-Fi 2.4G (Dongle), บลูทูธ และแบบมีสาย
ใช้งานได้นาน 146 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อผ่าน Dongle (Wi-Fi 2.4G) และ 200 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ
ไม่ ตัวรับสัญญาณ 4K จะมาพร้อมกับรุ่น M1 Pro Battle-Worn Silver Mist เท่านั้น ส่วนรุ่น M1 Pro Gunmetal Gray จะมาพร้อมกับตัวรับสัญญาณ 1K
ข้อมูลสเปกรวบรวมจากหน้าร้านค้าและเอกสารผู้ผลิต เรียบเรียงโดยทีมที่ประกอบคอมและทดสอบฮาร์ดแวร์ใช้เองจริง
หมายเหตุ: คะแนน ★ 4.95 และยอดขาย 78 เป็นข้อมูลรีวิวจากผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มร้านค้า ไม่ใช่บทวิจารณ์ของ CPUWAX